ผลงานวิจัย

น.ส. อาพันธ์ชนิตร์ จันทร์มโน - thaied

Current Record: น.ส. อาพันธ์ชนิตร์ จันทร์มโน

น.ส. อาพันธ์ชนิตร์ จันทร์มโน

การนำเสนอโปรแกรมบูรณาการโลกศึกษากับวิชาสังคมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ตอนต้น ถือว่าอยู่ในเกณฑ์เหมาะสมมาก

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 3364
ชื่อผลงานวิจัย การนำเสนอโปรแกรมบูรณาการศึกษากับวิชาสังคมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
คำสำคัญ(keyword) โปรแกรมบูรณาการ
ชื่อผู้วิจัย น.ส. อาพันธ์ชนิตร์ จันทร์มโน
สถานที่ติดต่อ กองฝึกอบรม กรมทางหลวง ถนนศรีอยุธยา กทม.10400
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) พฤษภาคม 2532 - พฤษภาคม 2533
ประเภท วิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโท มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ประวัติความเป็นมา(history) สืบเนื่องจากสังคมทุกประเทศมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เนื่องมาจาก อิทธิพลของวิทยาการสมัยใหม่ และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เป็นผลให้โครง สร้างของสังคมและความ-สัมพันธ์ของคนในสังคมเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดย เฉพาะ ปัญหาสังคม อาชญากรรม และความเอารัดเอาเปรียบของคนในสังคมมีขึ้น อย่างมากมาย ความไม่ยุติธรรม ความรุนแรง ความโหด-ร้ายทารุณ การฆ่ากันยังมีอยู่ เรื่อย ๆ โดยทวีความรุนแรงมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากความขัดแย้ง การสู้รบ หรือ สงคราม ที่เกิดขึ้นระหว่างบุคคลจนถึงระดับประเทศ และระหว่างประเทศที่ทวีความ รุนแรง ดังนั้น การศึกษา ซึ่งถือเป็นกระบวนการพัฒนาจิตใจ พัฒนาสมอง พัฒนาสติ ปัญญา และพัฒนาร่างกายก็จำเป็นต้องมีบทบาทให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ของ สังคม หรือของโลกที่กำลังเผชิญอยู่ เพราะฉะนั้น จุดมุ่งหมายเดิมของการศึกษา ที่เน้น แต่ตนเองหรือเป็นการปฏิบัติตนเพื่อการเป็นพลเมืองดีสำหรับประเทศของตนจึงไม่ เป็นการเพียงพอ จำเป็นที่ต้องพิจารณาว่า การศึกษาควรเป็นกระบวนการที่ส่งเสริมคุณ ค่าและคุณประโยชน์ที่จะเกิดแก่มวลสมาชิกทั้งหมดในสังคมหรือทั้งโลก การศึกษาจะ ต้องคอยเป็นตัวเติม กระตุ้น และเสริมสร้างให้สมาชิกของสังคมมีโอกาสที่จะเรียนรู้ ปรับตัว พัฒนาและขยายโลกทัศน์อยู่เสมอ และในขณะเดียวกันก็ต้องสามารถผลิต บุคคลที่สามารถจะแก้ไขความขัดแย้งและยืนหยัดอยู่ท่ามกลางปัญหาได้ ดังนั้น การทำวิจัยในครั้งนี้ จึงเป็นการตอบสนองต่อความต้องการของสังคมที่ เปลี่ยนไป โดยเฉพาะคุณภาพของคนในสังคม ที่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการขัดเกลา ของระบบทางการศึกษา โดยเฉพาะแนวคิดของวิชาสังคมศึกษาที่มีจุดมุ่งหมายที่ต้อง การพัฒนาบุคคลในสังคมให้เป็นพลเมืองดีของประเทศ ซึ่งในขณะเดียวกัน แนวคิด ของวิชาโลกศึกษา ก็มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาบุคคลให้เข้า ใจในบุคคลอื่น ขยาย โลกทัศน์ให้กว้างขึ้น ปรับตนเองให้สอดคล้องกับสังคมที่เปลี่ยนไปโดยการเน้น มิตรภาพ การประนีประนอม รับรู้ถึงสภาพการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเข้าใจถึงความ แตกต่างซึ่งกันและกัน เน้นการพึ่งพาอาศัย เข้าใจบทบาทและความรับผิดชอบของตน เอง และสามารถตัดสินใจเลือกแนวทางปฏิบัติเพื่อพัฒนาค่านิยมและจริยธรรมของตน เอง เพราะฉะนั้นจากแนวคิดทั้ง 2 วิชา คือ ทางด้านวิชาสังคมศึกษา และวิชาโลกศึกษา จึงสอดคล้องและส่งเสริมแนวคิดตอบรับกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป ด้วยเหตุผลดัง กล่าว ผู้วิจัยจึงเกิดแนวความคิดในการนำวิชาทั้งสองเข้ามาผสม-ผสาน (Integrate) กลมกลืนกัน เพื่อตอบสนองต่อสภาวะของสังคมโลกที่เปลี่ยนแปลงไป โดยการสร้าง โปรแกรมบูรณาการระหว่างวิชาสังคมศึกษา และวิชาโลกศึกษาขึ้นและนำเอา โปรแกรม-บูรณาการนี้ไปใช้ เพื่อพัฒนาคุณภาพของคนในสังคม เพื่อผลของการอยู่ ร่วมกันอย่างปกติสุขต่อไปทั้งในปัจจุบันและต่อเนื่องไปถึงอนาคต
วัตถุประสงค์(objective) เพื่อเป็นการนำเสนอโปรแกรมบูรณาการโลกศึกษากับวิชาสังคมศึกษา ระดับ มัธยมศึกษาตอนต้น
เครื่องมือ(tool) 1. ผู้วิจัยได้สร้างแบบสอบถาม 2 ชุด ดังนี้
1.1 เครื่องมือชุดที่ 1 เป็นแบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการนำโลกศึกษามา บูรณา การกับวิชาสังคมศึกษาโดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องกับโลกศึกษา เพื่อ นำข้อมูลมาเป็นพื้นฐาน ในการกำหนดเป้าหมาย ขอบเขต และการบูรณาการ แบบ สอบถามมี 2 ตอน
ตอนที่ 1 ความคิดเห็นเกี่ยวกับโลกศึกษา เป็นแบบมาตราส่วนประเมินค่า
ตอนที่ 2 ข้อเสนอแนะ เป็นแบบปลายเปิด
1.2 เครื่องมือชุดที่ 2 เป็นแบบสอบถามความคิดเห็นของครูสังคมศึกษาเกี่ยวกับ ความ เหมาะสมในการบูรณาการโลกศึกษากับวิชาสังคมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอน ต้น ในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นพื้นฐานการสร้างโปรแกรมฯ ซึ่งแบบสอบถามมี 2 ตอน
ตอนที่ 1 สถานภาพของผู้ตอบ เป็นคำถามแบบตรวจคำตอบ
ตอนที่ 2 ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับความเหมาะสมในการบูร ณาการโลกศึกษากับวิชาสังคมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เป็นมาตราส่วน ประเมินค่า
2. ผู้วิจัยนำแบบสอบถามชุดที่ 1 ไปทดลองใช้ Try out กับผู้ที่เกี่ยวข้องกับโลก ศึกษา ซึ่งไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างประชากรที่ใช้ในการวิจัย จำนวน 6 คน แล้วนำมาปรับปรุง แก้ไขเพื่อให้เป็นแบบสอบถามฉบับสมบูรณ์
3. ผู้วิจัยนำแบบสอบถามไปทดลองใช้ Try out กับครูสังคมศึกษา ระดับมัธยม ศึกษาตอนต้น ซึ่งไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างประชากรที่ใช้ในการวิจัย จำนวน 21 คน เพื่อนำมา ปรับปรุงแก้ไข อีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้เป็นแบบสอบถามฉบับสมบูรณ์
การรวบรวมข้อมูล(gathering) การศึกษาค้นคว้าข้อมูล
1. ศึกษาจากหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้น หนังสือ วารสารและงานวิจัยต่างๆ ที่ เกี่ยวข้อง
2. เป็นการเก็บข้อมูลจากการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดการศึกษาโลก ศึกษากับ วิชาสังคมศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง กับโลกศึกษา คือ กลุ่ม นักสังคมศาสตร์ 7 สาขาวิชา (ได้แก่ สาขาวิชารัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ประวัติ ศาสตร์ สังคมวิทยาและมนุษยวิทยา ประชากร ศาสตร์และสิ่งแวดล้อม ปรัชญาและจริยธรรม) กลุ่ม นักพัฒนาหลักสูตร จำนวน 7 คน และกลุ่มนักสังคมศึกษา จำนวน 7 คน รวมทั้งสิ้น 21 คน
3. เป็นการเก็บข้อมูลในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการบูรณาการโลกศึกษา กับวิชา สังคมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จากครูสังคมศึกษาจำนวน 96 คน กลุ่มตัวอย่าง ประกอบด้วย 2 กลุ่มตัวอย่าง
1. กลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับโลกศึกษา ได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น ตาม จุดมุ่ง-หมาย (Purposive Stratified Sampling) ได้แก่ กลุ่มนักสังคมศาสตร์ 7 สาขาวิชา กลุ่มนักพัฒนาหลักสูตร 7 คน และกลุ่มนักสังคมศึกษา 7 คน ทั้งนี้ ผู้วิจัยได้กำหนด คุณสมบัติ คือ ต้องมีคุณวุฒิระดับปริญญาโท หรือ มีประสบการณ์ ทำงานด้านการ สอนวิชาสังคมศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น หรือเป็นผู้มีประสบการณ์เกี่ยวกับการ ศึกษาด้านสังคมศึกษาอย่างน้อย 3 ปี หรือเป็นผู้มีความรู้เกี่ยวข้องกับการจัดการวาง แผนการศึกษาทางด้านหลักสูตรสังคมศึกษาซึ่งผู้วิจัยพิจารณาจากการกระจายตาม หน่วยงานต่าง ๆ ประกอบด้วย ดังนั้น ตัวอย่างประชากรของกลุ่มนี้ มีจำนวน 21 คน
2. กลุ่มครูสังคมศึกษา ได้แก่ ครูสังคมศึกษา ที่ปฏิบัติการสอนชั้น ม.1 - ม.2 - ม.3 ในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่ง เป็นชั้นภูมิ (Stra tified Sampling) โดยกำหนดตามกลุ่มโรงเรียนมัธยมศึกษาส่วนกลาง ในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีทั้งหมด 9 กลุ่ม เลือกมากลุ่มละ 25 % ของโรงเรียน มัธยมศึกษาตอนต้นในกลุ่มนั้น ได้จำนวน 32 โรงเรียน และสุ่มครูจากโรงเรียนที่ได้ มาในชั้น ม.1-ม.2-ม.3 ชั้นละ 1 คน รวมตัวอย่าง ประชากรของกลุ่มครูสังคมศึกษา จำนวน 96 คน
3. กลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิในการประเมินโปรแกรมโลกศึกษากับวิชาสังคมศึกษาระดับ มัธยมศึกษา ตอนต้น ได้แก่ นักการศึกษา นักสังคมศึกษา ศึกษานิเทศก์สายสังคม ศึกษา นักการศึกษาด้านหลักสูตร ครูผู้สอนวิชาสังคมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา ครูผู้สอนวิชาสังคมศึกษาของโรงเรียนสาธิต สังกัด ทบวงมหาวิทยาลัย และหัวหน้าหมวดวิชาสังคมศึกษา สังกัดคณะกรรมการการศึกษาเอกชน ซึ่งมีทั้ง หมด 7 กลุ่ม ๆ ละ 3 คน รวมทั้งสิ้น 21 คน
การวิเคราะห์(analysis) 1. วิเคราะห์แบบสอบถามชุดที่ 1 - เป็นแบบมาตราส่วนประเมินค่า แล้วนำข้อมูล มา วิเคราะห์หาค่ามัชณิมเลขคณิต (Mean) หาค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ซี่งผู้วิจัยใช้ค่ามัชณิมเลขคณิตในเกณฑ์ 2.56 ขึ้นไป เป็นแนวทางในการ สร้างแบบสอบถามชุดที่ 2 ส่วนแบบสอบถามปลายเปิดเสนอในรูปความเรียง
2. วิเคราะห์แบบสอบถามชุดที่ 2 - แบบสอบถามและเลือกตอบ วิเคราะห์ข้อมูล โดย หาค่าร้อยละ แล้วนำเสนอในรูปตารางและบรรยาย ส่วนแบบสอบถามแบบ มาตราส่วนประเมินค่า แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์หาค่ามัชณิชเลขคณิต และหาค่าเบี่ยง เบนมาตรฐาน ซึ่งผู้วิจัยใช้ค่ามัชณิม เลขคณิต 2.56 ขึ้นไป แล้วนำไปเป็นเกณฑ์ พิจารณาในการสร้างโปรแกรม
3. นำผลการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้ทั้งหมดเสนอในรูปตารางประกอบการบรรยาย
1. ค่าร้อยละ
2. ค่ามัชณิมเลขคณิต
3. ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน การสร้างโปรแกรม
1. นำข้อมูลที่ได้จากการศึกษาหนังสือ งานวิจัย เอกสาร และงานวิจัยพื้นฐานจาก เครื่อง มือชุดที่ 1 และ 2 กับโครงสร้างโลกศึกษา มาประกอบเป็นเกณฑ์ในการสร้าง โปรแกรมบูรณาการ โลกศึกษากับวิชาสังคมศึกษา ซึ่งมีลักษณะเป็นแผนปฏิบัติการ สอนวิชาสังคมศึกษาชั้น ม.1-ม.2 -ม.3 โดยบูรณาการโลกศึกษา ซึ่งหน่วยเนื้อหาจัด เป็นกลุ่มให้สอดคล้องกับเป้าหมายของโลกศึกษา ซึ่งกำ หนดไว้ 5 ข้อ ทั้งนี้ ลักษณะ ของโปรแกรม จะจัดเรียงลำดับ ตามเป้าหมายของโลกศึกษาคือ ม.1 คลุมเป้าหมายที่ 1 - 3 ม.2 คลุมเป้าหมาย 1 - 4 และ ม.3 กลุ่มเป้าหมายที่ 1 - 5 เพื่อ ให้มีความสอด คล้องและต่อเนื่องกันไปตลอดทั้ง 3 ขั้น (Spiral) แต่ละเป้าหมายของโปรแกรม ประกอบด้วย ความคิดรวบยอด จุดประสงค์การเรียนรู้ เนื้อหาโลกศึกษาที่บูรณาการ กับวิชาสังคม ศึกษา กิจกรรมการเรียนการสอน สื่อการเรียน และการประเมินผล
2. นำโปรแกรมที่สร้างเสร็จไปให้ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 21 ท่าน ประเมินถึงความ เหมาะ สม เพื่อนำมาปรับปรุงต่อไป
3. นำข้อมูลจากแบบประเมินผลของผู้ทรงคุณวุฒิมาหาค่ามัชณิชเลขคณิต โดยถือ เกณฑ์ ดังนี้
2.56 - 3.00 ความหมาย เหมาะสมมาก
1.56 - 2.55 ความหมาย ปานกลาง
1.00 - 1.55 ความหมาย ต้องปรับปรุง
ข้อมูลที่ได้จากความคิดเห็นของผู้ทรงวุฒิที่อยู่ในเกณฑ์เหมาะสมปานกลางและ เหมาะสม มาก ถือว่าโปรแกรมที่สร้างมาใช้ได้ และถ้าข้อมูลอยู่ในเกณฑ์ต้องปรับปรุง ผู้วิจัยก็จะนำเอาส่วนนั้น ไปทำใหม่หรือตัดออกไปถ้าเห็นว่าไม่เหมาะสมมาก
4. นำข้อมูลที่ได้จากการประเมินโปรแกรมและข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิมา ปรับปรุงแล้ว เสนอเป็นโปรแกรมฉบับสมบูรณ์
ข้อสรุป(summary) การนำเสนอโปรแกรมบูรณาการโลกศึกษากับวิชาสังคมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ตอนต้น ถือว่าอยู่ในเกณฑ์เหมาะสมมาก
ข้อเสนอแนะ(suggestion) 1. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรนำเอาโปรแกรมบูรณาการโลกศึกษากับวิชาสังคม ศึกษา ระดับ มัธยมศึกษาตอนต้นไปทดลองใช้1 ปีการศึกษา เพื่อศึกษาหาข้อบกพร่อง และใช้ตลอด 3 ปีการศึกษา อย่างต่อเนื่องกัน เพื่อศึกษาเปรียบเทียบสัมฤทธิผลของ โปรแกรม
2. ครูสังคมศึกษาควรนำเอาโปรแกรม ฯ ไปสอน เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพ สังคมที่เป็นอยู่
3. การวิจัยครั้งต่อไป ผู้วิจัยได้เสนอ ดังนี้
3.1 ควรมีการศึกษาแนวทางการสร้างโปรแกรมบูรณาการโลกศึกษากับวิชา สังคมศึกษา ในระดับ ม.ปลาย
3.2 ควรมีการศึกษาแนวทางการสร้างโปรแกรมบูรณาการโลกศึกษากับวิชา สามัญอื่น ๆ ทั้งในระดับ ม.ต้น และ ม.ปลาย
ปี 2533
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved