ผลงานวิจัย

เพลินพิศ เสือชาวนา - thaied

Current Record: เพลินพิศ เสือชาวนา

เพลินพิศ เสือชาวนา

1. ทักษะการวิเคราะห์ปัญหามีความสัมพันธ์เชิงบวกกับความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เท่ากับ .1902
2. ทักษะการแปลภาษาโจทย์มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เท่ากับ .4263
3. ทักษะการคิดคำนวณมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เท่ากับ .2172
4. ในการพยากรณ์ความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ตัวแปรที่สำคัญ ได้แก่ ทักษะการวิเคราะห์ปัญหา ทักษะการแปลภาษาโจทย์ ทักษะการคิดคำนวณ ได้สมการพยากรณ์ความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ในรูปคะแนนดิบ และคะแนนมาตรฐาน

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 267
ชื่อผลงานวิจัย ความสัมพันธ์ระหว่างทักษะการวิเคราะห์ปัญหา การแปลภาษาโจทย์ การคิดคำนวณ กับความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
หัวข้อ(Eng) Relationships between Problem Analytic, Transformation, Computation Skills and Mathematic Problem Solving Ability of Prathomsuksa Six Students
คำสำคัญ(keyword) ความสัมพันธ์, การแก้โจทย์ปัญหา
ชื่อผู้วิจัย เพลินพิศ เสือชาวนา
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Ploenpit Suachawna
ตำแหน่ง อาจารย์ 1 ระดับ 3
การศึกษา ศษ.ม. (การประถมศึกษา)
สถานที่ติดต่อ โรงเรียนวัดฝาละมี ตำบลฝาละมี อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง 93120
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) ทำวิจัยเสร็จปี 2541
ประเภท วิทยานิพนธ์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ประวัติความเป็นมา(history) คณิตศาสตร์มีความสำคัญและมีบทบาทต่อมนุษย์มาก คณิตศาสตร์เป็นเครื่องมือนำไปสู่ความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เศรษฐกิจและสังคม เป็นรากฐานของวิทยาการหลายสาขาและการค้นคว้าวิจัยทุกประเภท นักการศึกษาจึงได้บรรจุวิชาคณิตศาสตร์ลงในหลักสูตรการศึกษาทุกระดับ แต่การจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ สาเหตุที่ส่งผลทำให้นักเรียนมีความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาอยู่ในระดับต่ำ เนื่องมาจากสาเหตุ 2 ประการ คือ นักเรียนไม่สามารถมองเห็นปัญหาและไม่ทราบวิธีการการแก้ปัญหา ซึ่งการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา มีตัวแปรที่เป็นองค์ประกอบหลายตัวที่มีความสัมพันธ์กับการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ ซึ่งผู้วิจัยเห็นว่าเป็นตัวแปรที่สามารถพัฒนาและปรับปรุงได้มาก ดังนั้นผู้วิจัยจึงได้นำตัวแปรซึ่งประกอบด้วย ทักษะการวิเคราะห์ปัญหา ทักษะการแปลภาษาโจทย์ ทักษะการคิดคำนวณมาศึกษาร่วมกัน ว่ามีความสัมพันธ์กับความสามารถในการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในจังหวัดพัทลุงหรือไม่ อย่างไร เพื่อจะได้เป็นแนวทางแก่ครูผู้สอนในการที่จะดำเนินการจัดการเรียนการสอน และนำทักษะที่มีความสัมพันธ์กับสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ไปฝึกให้แก่นักเรียนเพื่อให้นักเรียนมีความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ในโอกาสต่อไป
แนวคิด(concept) ความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ ทักษะการวิเคราะห์ปัญหา ทักษะการแปลภาษาโจทย์ ทักษะการคิดคำนวณ
วัตถุประสงค์(objective) 1. เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างทักษะการวิเคราะห์ปัญหากับความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
2. เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างทักษะการแปลภาษาโจทย์กับความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
3. เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างทักษะการคิดคำนวณกับความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
4. เพื่อสร้างสมการพยากรณืความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
สมมุติฐาน(assumption) 1. ทักษะการวิเคราะห์ปัญหามีความสัมพันธ์ทางบวกกับความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ของนักเรียน
2. ทักษะการแปลภาษาโจทย์มีความสัมพันธ์ทางบวกกับความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ของนักเรียน
3. ทักษะการคิดคำนวณมีความสัมพันธ์ทางบวกกับความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ของนักเรียน
4. ทักษะการวิเคราะห์ปัญหา ทักษะแปลภาษาโจทย์ ทักษะในการคิดคำนวณสามารถร่วมกันพยากรณืความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ของนักเรียน
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) การวิจัยเชิงบรรยาย
กลุ่มตัวอย่าง(sample) ประชากร เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2540 ในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดพัทลุง จำนวน 7,634 คน จาก 260 โรงเรียน กลุ่มตัวอย่าง เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2540 ในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดพัทลุง จำนวน 380 คน โดยการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน
ตัวแปร(variable) ต้นแปรต้น คือ ตัวแปรที่ศึกษาในฐานะเป็นตัวพยากรณ์ความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ ได้แก่ ทักษะการวิเคราะห์ปัญหา ทักษะการแปลภาษาโจทย์ ทักษะการคิดคำนวณ ตัวแปรตาม คือ ตัวแปรที่ศึกษาในฐานะเป็นตัวแปรเกณฑ์ ได้แก่ ความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
คำนิยาม(defination) 1. ทักษะการวิเคราะห์ปัญหา หมายถึง ความสามารถในการอ่านโจทย์แล้วทำการวิเคราะห์ข้อกำหนดและสิ่งที่โจทย์ต้องการ
2. ทักษะการแปลภาษาโจทย์ หมายถึง ความสามารถในการเปลี่ยนประโยคภาษาให้เป็นประโยคสัญลักษณ์
3. ทักษะการคิดคำนวณ หมายถึง ความสามารถในด้านการคิดคำนวณเกี่ยวกับตัวเลขได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว
4. โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ หมายถึง คำถามทางคณิตศาสตร์ที่ประกอบด้วยข้อความและตัวเลขที่นักเรียนจะต้องอ่านทำความเข้าใจข้อความแล้วดำเนินการเพื่อหาคำตอบ
5. ความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ หมายถึง ความสามารถของนักรียนในการทำความเข้าใจโจทย์ปัญหาและการเลือกกระบวนการทางคณิตศาสตร์ที่เหมาะสมในการคิดคำนวณหาคำตอบ ซึ่งวัดได้จากแบบทดสอบวัดความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น
เครื่องมือ(tool) แบบทดสอบปรนัยชนิดเลือกตอน จำนวน 4 ฉบับ มี 4 ตัวเลือก ดังนี้
1. แบบทดสอบวัดทักษะการวิเคราะห์ปัญหา จำนวน 20 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .8965
2. แบบทดสอบวัดทักษะการแปลภาษาโจทย์จำนวน 20 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .8697
3. แบบทดสอบวัดทักษะการคิดคำนวณ จำนวน 20 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .8090
4. แบบทดสอบวัดความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ จำนวน 30 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .8859
การรวบรวมข้อมูล(gathering) 1. ขอความร่วมมือในการดำเนินการวิจัยจากโรงเรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง
2. ไปติดต่อกับกลุ่มโรงเรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง เพื่อกำหนดวัน เวลา และห้องเรียนเพื่อทำการดำเนินการวิจัย
3. จัดเตรียมอุปกรณ์ในการสอบ ให้เพียงพอกับจำนวนนักเรียนที่จะใช้ในการทดสอบ
4. วางแผนดำเนินการสอบ โดยผู้วิจัยจะดำเนินการสอบด้วยตนเอง
5. นำแบบทดสอบไปสอบกับกลุ่มตัวอย่าง
6. นำกระดาษคำตอบมาตรวจให้คะแนน เพื่อนำข้อมูลไปวิเคราะห์
7. นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์โดยใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรม SPSS/PC+
8. นำผลที่ได้จากการวิเคราะห์มาเขียนรายงานสรุปผลและอภิปรายผลการวิจัย
การวิเคราะห์(analysis) 1. ทักษะการวิเคราะห์ปัญหามีความสัมพันธ์เชิงบวกกับความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เท่ากับ .1902
2. ทักษะการแปลภาษาโจทย์มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เท่ากับ .4263
3. ทักษะการคิดคำนวณมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เท่ากับ .2172
4. ในการพยากรณ์ความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ตัวแปรที่สำคัญ ได้แก่ ทักษะการวิเคราะห์ปัญหา ทักษะการแปลภาษาโจทย์ ทักษะการคิดคำนวณ ได้สมการพยากรณ์ความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ในรูปคะแนนดิบ และคะแนนมาตรฐาน
ข้อสรุป(summary) 1. ทักษะการวิเคราะห์ปัญหามีความสัมพันธ์เชิงบวกกับความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เท่ากับ .1902
2. ทักษะการแปลภาษาโจทย์มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เท่ากับ .4263
3. ทักษะการคิดคำนวณมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เท่ากับ .2172
4. ในการพยากรณ์ความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ตัวแปรที่สำคัญ ได้แก่ ทักษะการวิเคราะห์ปัญหา ทักษะการแปลภาษาโจทย์ ทักษะการคิดคำนวณ ได้สมการพยากรณ์ความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ในรูปคะแนนดิบ และคะแนนมาตรฐาน
ข้อเสนอแนะ(suggestion) 1. ในการจัดการเรียนการสินวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ ครูผู้สอนควรนำทักษะทั้ง 3 ทักษะมาฝึกให้นักเรียนเกิดทักษะทั้ง 3 ทักษะ เพื่อจะช่วยส่งเสริมให้นักเรียนมีความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ และทั้งนี้ครูควรนำทักษะทั้ง 3 ทักษะ มาใช้เป็นขั้นตอนในการสอนการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ด้วย
2. ผู้เกี่ยวข้องกับการนิเทศการศึกษาควรจะได้สร้างแบบฝึกทักษะการวิเคราะห์ปัญหา ทักษะการแปลภาษาโจทย์ ทักษะการคิดคำนวณ เพื่อให้โรงเรียนต่างๆ สามารถนำไปใช้กับนักเรียน โดยให้นักเรียนฝึกทำบ่อยๆ จนเกิดความชำนาญ ก็จะทำให้นักเรียนเกิดทักษะทั้ง 3 ทักษะสูงขึ้น ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้นักเรียนมีความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์
ปี 2541
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved