ผลงานวิจัย

นางสาวสุนีย์ บุญทิม - thaied

Current Record: นางสาวสุนีย์ บุญทิม

นางสาวสุนีย์ บุญทิม

ผลการประเมินลักษณะนิสัยในการทำงานของนักเรียน สังกัดกรมสามัญศึกษา และสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่มีระดับ ขั้นในการพัฒนาความรู้สึก อยู่ในระดับที่4ถึง 6 ด้าน ได้แก่ การเห็นคุณค่าของความ ขยันอดทน ความเสียสละ ความมีระเบียบวินัย ความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ และ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีเพียงด้านเดียวคือ ความประหยัดที่นักเรียนส่วนใหญ่ พัฒนาความรู้สึกอยู่ในระดับที่ 3 คือ การตอบสนองด้วยความยินดีและเต็มใจ
ผลการประเมินความเคารพในสิทธิเสรีภาพของตนเองและผู้อื่นของนักเรียนทั้ง สองสังกัด พบว่าระดับพฤติกรรมด้านความรู้ความคิด และด้านเจตคติการเห็นคุณค่า ไม่มีจังหวัดใดผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 ส่วนด้านเหตุผลเชิงปฏิบัติการมีเพียง 2 จังหวัด ได้แก่ สิงห์บุรี และลพบุรีที่ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 60 เมื่อรวมทุกด้านแล้วไม่มีจังหวัดใดที่ ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 เลย
ผลการประเมินความสำนึกในความเป็นไทยร่วมกันของนักเรียนทั้งสองสังกัด พบว่า ทุก จังหวัดในเขตการศึกษา ได้ระดับคะแนน 3 หมายถึง ความสำนึกในความ เป็นไทยร่วมกันอยู่ในระดับดี

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 2443
ชื่อผลงานวิจัย การศึกษาพฤติกรรมทางจิรยธรรมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

ปีการศึกษา 2534 ในเขตการศึกษา 6
ชื่อผู้วิจัย นางสาวสุนีย์ บุญทิม
ตำแหน่ง นักวิชาการศึกษา 5
สถานที่ติดต่อ สำนักงานศึกษาธิการเขต เขตการศึกษา
6 อ.เมือง จ.ลพบุรี
สถานศึกษา นายสุวรรณ มีทองคำ
นางศิริชาติ วงษ์ใหญ่


นางสุพัตรา ขุนฤทธิ์
นางมาลี สืบกระแส
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) ตุลาคม 2533 - กันยายน 2534
ประเภท ผลงานวิจัยของสำนักงานศึกษาธิการเขต เขตการศึกษา 6
ประวัติความเป็นมา(history) จริยธรรมเป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต และมีผลต่อการพัฒนาประเทศ ทั้งนี้
เพราะจริย- ธรรมเป็นพฤติกรรมที่ถูกต้องตามที่สังคมยอมรับเป็นพฤติกรรมที่ควร
ประพฤติ ดังนั้นการที่ประชาชนได้ พัฒนาคุณลักษณะทางจริยธรรม จึงมีผลต่อการ
พัฒนาตนเอง พัฒนาสังคม ย่อมเป็นหนทางที่จะทำให้ประเทศชาติ ซึ่งเป็นสังคมส่วน
รวมได้พัฒนาไปในทางที่เจริญรุ่งเรืองได้อย่างสงบสุขควบคู่กับความเจริญทางวัตถุ
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลก็เห็นความสำคัญและความจำเป็นในการสร้างเสริมคุณสมบัติ
ทางจริยธรรมหรือคุณลักษณะที่เหมาะสมในการพัฒนาประเทศให้แก่พลเมือง จึงได้
กำหนดแนวทางการจัดการศึกษาด้านจริยธรรมไว้ ในแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ
.2520 จากความสำคัญของจริย-ธรรมที่จำเป็นต้องบรรจุไว้ในหลักสูตร ตามความคาด
หวังของสังคมจะอำนวยประโยชน์ต่อประเทศ ชาติ ซึ่งในตัวหลักสูตรเอง จุดมุ่งหมาย
ที่บ่งบอกถึงการมีจริยธรรมคือ จุดมุ่งหมายด้านจิตพิสัย ทำให้ ผู้วิจัยมีความสนใจ
ความเจริญงอกงามทางด้านนี้เป็นอย่างมากประกอบกับความเป็นไปได้ในการวิจัย ผู้
วิจัยจึงได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายที่จะทำการศึกษาเฉพาะนักเรียนมัธยมศึกษาในเขตการ
ศึกษา 6 ดังนั้นเพื่อให้สามารถอธิบายถึงสภาพความเป็นจริงทางจริยธรรมของนัก
เรียนมัธยมศึกษาในเขตการ ศึกษา 6 ผู้วิจัยจึงได้ทำการศึกษาทางด้านจิตพิสัย โดย
อาศัยแบบวัดที่สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการสร้างขึ้น โดยผู้เชี่ยวชาญ
ของกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งนี้เพื่อให้ทราบสภาพความเป็นจริงทาง ด้านจริยธรรม
ของนักเรียน ตลอดจนจะเป็นข้อมูลอันเป็นประโยชน์ต่อเขตการศึกษาที่จะนำข้อมูล
ไป ประกอบการวางแผนการศึกษา ตลอดจนหาแนวทางในการส่งเสริมให้นักเรียน
มัธยมศึกษาที่จะสำเร็จการศึกษามีพฤติกรรมเป็นที่พึงปรารถนาของสังคมและ
ประเทศชาติสืบไป
วัตถุประสงค์(objective) เพื่อศึกษาลักษณะนิสัยในการทำงาน ความเคารพในสิทธิเสรีภาพของตนเองและ ผู้อื่นความ สำนึกในความเป็นไทยร่วมกันของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สังกัดกรม สามัญศึกษา และสังกัดสำนัก งานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน ในเขตการศึกษา 6
กลุ่มตัวอย่าง(sample) กลุ่มตัวอย่าง เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2534 ในโรงเรียน สังกัดกรมสามัญศึกษา และสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน จำนวน 1,070 คน การสุ่ม ตัวอย่าง สุ่มโดยคำนึงถึงสังกัดของโรงเรียนเป็นหลักโดยกระจาย ไปตามจังหวัดทั้ง 7 จังหวัด ใน เขตการศึกษา 6 สังกัดกรมสามัญศึกษา 7 โรงเรียน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา เอกชน 7 โรงเรียน รวม 14 โรงเรียน
เครื่องมือ(tool) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ใช้เครื่องมือของกองตรวจและรายงาน ซึ่งสร้างไว้เป็น มาตร ฐานแล้ว จำนวน 3 ชุด คือ
1. เครื่องมือประเมินมาตรฐานคุณภาพการศึกษา (แบบทดสอบลักษณะนิสัยในการทำงาน)
2. เครื่องมือวัดความเคารพในสิทธิเสรีภาพของตนเองและผู้อื่น
3. เครื่องมือวัดความสำนึกในความเป็นไทยร่วมกัน
การรวบรวมข้อมูล(gathering) การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง โดย ติดต่อประสานงานกับผู้บริหารโรงเรียนกลุ่มตัวอย่างทุกโรง และได้เตรียมเครื่องมือ เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลพร้อมกับการติดต่อประสานงานเพื่อความสะดวกรวดเร็ว เมื่อผู้ บริหารโรงเรียนอนุญาตให้ทำ การเก็บรวบรวมข้อมูลได้ ผู้วิจัยได้ใช้วิธีการเก็บรวบ รวมข้อมูลโดยใช้เครื่องมือทั้ง 3 ชุดดังกล่าว ทำการทดสอบกับนักเรียน โดยให้นัก เรียนตอบลงในกระดาษคำตอบแล้วนำมาตรวจให้คะแนนตามที่ กำหนดไว้ในเครื่อง มือแต่ละชนิด ต่อจากนั้นจึงทำการแปลและสรุปผล
การวิเคราะห์(analysis) การวิเคราะห์ข้อมูล เนื่องจากเครื่องมือดังกล่าวกองตรวจและรายงานได้สร้างไว้ เป็นมาตรฐานแล้ว จึงใช้วิธีการตีความหมายของคะแนนตามที่ผู้สร้างเครื่องมือกำหนด ไว้ สถิติที่ใช้ ได้แก่ ความถี่ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานและค่าร้อยละ
ข้อสรุป(summary) ผลการประเมินลักษณะนิสัยในการทำงานของนักเรียน สังกัดกรมสามัญศึกษา และสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่มีระดับ ขั้นในการพัฒนาความรู้สึก อยู่ในระดับที่4ถึง 6 ด้าน ได้แก่ การเห็นคุณค่าของความ ขยันอดทน ความเสียสละ ความมีระเบียบวินัย ความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ และ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีเพียงด้านเดียวคือ ความประหยัดที่นักเรียนส่วนใหญ่ พัฒนาความรู้สึกอยู่ในระดับที่ 3 คือ การตอบสนองด้วยความยินดีและเต็มใจ
ผลการประเมินความเคารพในสิทธิเสรีภาพของตนเองและผู้อื่นของนักเรียนทั้ง สองสังกัด พบว่าระดับพฤติกรรมด้านความรู้ความคิด และด้านเจตคติการเห็นคุณค่า ไม่มีจังหวัดใดผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 ส่วนด้านเหตุผลเชิงปฏิบัติการมีเพียง 2 จังหวัด ได้แก่ สิงห์บุรี และลพบุรีที่ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 60 เมื่อรวมทุกด้านแล้วไม่มีจังหวัดใดที่ ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 เลย
ผลการประเมินความสำนึกในความเป็นไทยร่วมกันของนักเรียนทั้งสองสังกัด พบว่า ทุก จังหวัดในเขตการศึกษา ได้ระดับคะแนน 3 หมายถึง ความสำนึกในความ เป็นไทยร่วมกันอยู่ในระดับดี
ข้อเสนอแนะ(suggestion) 1. ควรมีการศึกษาถึงรูปแบบในการพัฒนาจริยธรรมให้สูงขึ้น เช่น การเสริมสร้าง ลักษณะนิสัยด้านการประหยัด ความเคารพในสิทธิเสรีภาพของตนเองและผู้อื่น เมื่อ นำมาใช้ในการจัดการ ศึกษาให้เยาวชนอันจะเป็นกำลังของชาติต่อไป
2. ควรมีการประเมินด้านการพัฒนาจริยธรรมควบคู่ไปกับการประเมินผลสัมฤทธิ์ ทางการ เรียนของนักเรียน เพื่อนำผลมาใช้ในการพัฒนาตัวนักเรียน เช่นเดียวกับการ นำผลการประเมินผล สัมฤทธิ์มาวิเคราะห์เพื่อซ่อมเสริมนักเรียนให้บรรลุตามวัตถุ ประสงค์การเรียนการสอนมากขึ้น
3. การจัดการเรียนการสอนระดับมัธยมศึกษานั้น ควรให้ความสำคัญกับการประ เมินด้าน เจตคติหรือจิตพิสัยของรายวิชาให้การประเมินนั้น เป็นกระบวนการที่ต่อ เนื่องมาจากการวิเคราะห์ จุดประสงค์รายวิชาว่าวิชานั้น ๆ ควรวัดจิตพิสัยด้านใดบ้าง จะพัฒนาจิตพิสัยอย่างไรและจะวัดหรือ ประเมินอย่างไร เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ใน วิชาต่าง ๆ อย่างมีคุณค่าด้านพุทธพิสัยและจิตพิสัย
ปี 2533
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved