ผลงานวิจัย

นายสวัสดิ์ สายขุนทด - thaied

Current Record: นายสวัสดิ์ สายขุนทด

นายสวัสดิ์ สายขุนทด

1.โดยส่วนรวมโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา จังหวัดมหาสารคาม ทุกขนาด ประสบปัญหาการดำเนินงานอยู่ในระดับปานกลาง โดยเมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ประสบปัญหาระดับมากในด้านวิชาการ ด้านธุรการและการเงิน และด้านอาคารสถานที่ ปัญหาระดับปานกลางมี 2 ด้าน คือ ด้านบุคลากร ด้านการประชาสัมพันธ์กับชุมชน ส่วนด้านกิจกรรมนักเรียนประสบปัญหาในระดับน้อย
2.จำแนกตามขนาดโรงเรียน
1.โรงเรียนขนาดเล็ก ประสบปัญหาโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง และเมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ประสบปัญหาระดับมากในด้านวิชาการและด้านอาคารสถานที่ ส่วนด้านบุคลากร ด้าน ธุรการและการเงินและด้านการประชาสัมพันธ์กับชุมชน ประสบปัญหาระดับปานกลาง และด้านกิจกรรม นักเรียนประสบปัญหาระดับน้อย
2.โรงเรียนขนาดกลาง ประสบปัญหาโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาราย ด้านพบว่า ประสบปัญหาระดับมากในด้านวิชาการ ด้านธุรการและการเงิน และด้านอาคารสถานที่ นอกนั้นประสบปัญหาระดับปานกลาง
3.การเปรียบเทียบระดับปัญหาการดำเนินงานระหว่างโรงเรียนที่มีขนาดต่างกันพบว่าโดย รวมทุกด้าน โรงเรียนขนาดเล็กกับขนาดกลางประสบปัญหาไม่แตกต่างกัน เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า โรงเรียนขนาดกลางมีปัญหาด้านธุรการและการเงิน และด้านการประชาสัมพันธ์กับชุมชนมากกว่าโรงเรียนขนาดเล็กอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนด้านวิชาการ ด้านบุคลากร ด้านกิจกรรมนักเรียน และด้านอาคาร สถานที่ไม่แตกต่างกัน

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 2420
ชื่อผลงานวิจัย ปัญหาการดำเนินงานโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา จังหวัดมหาสารคาม
หัวข้อ(Eng) The Problems of Administration and Management
of Phra Pariyattidhamma Schools (Education for Priests), Department of General Education of Maha Sarakham
Province
ชื่อผู้วิจัย นายสวัสดิ์ สายขุนทด
ตำแหน่ง ศึกษาธิการจังหวัดมหาสารคาม
สถานที่ติดต่อ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดมหาสารคาม อ.เมือง จ.มหาสารคาม 44000

โทร.043-723517,722226
โทรสาร 043-711102
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) ธันวาคม 2536-กันยายน 2537
ประเภท วิทยานิพนธ์ปริญญาโท มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒมหาสารคาม
ประวัติความเป็นมา(history) ในอดีตซึ่งประเทศไทยยังไม่มีการจัดระบบหรือวางระเบียบแบบแผนในการ จัดการศึกษาให้แก่ประชาชน
วัดและพระสงฆ์จะทำหน้าที่เป็นสถาบันหลักในการ
เตรียมผู้นำทางสังคมให้แก่ชาติบ้านเมือง โดยจัดให้กุลบุตรที่เข้าไปบวชเรียนได้รับ
การสั่งสอนและฝึกอบรมตามแนวไตรสิกขาหรือยึดถือพุทธพจน์ควบคู่กันไปกับการ ให้การศึกษาด้านศิลปวิทยาในสาขาวิชา
ซึ่งวัดหรือพระสงฆ์ในวัดนั้น ๆ จะมีความรู้ ความสามารถถ่ายทอดให้ได้ การศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา
เป็นการจัดการเรียนการสอน สำหรับพระภิกษุ สามเณร ใช้หลักสูตรของกรมวิชาการคือหลักสูตรพระปริยัติธรรม
แผนกสามัญศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น พุทธศักราช 2534 และหลักสูตรพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย พุทธศักราช 2534 จัดการเรียนการสอนเหมือนกันกับโรงเรียนมัธยมศึกษาในสังกัดกรมศึกษา
และสังกัดอื่น ๆ


การดำเนินงานของโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษายังประสบปัญหาในด้านขาดบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ
ความชำนาญด้านการสอน การผลิตสื่อ การวัดผล ประเมินผล การบริหารงานธุรการ การเงิน ความล่าช้าในการรับ การส่ง
ความไม่เป็นระเบียบ ในด้านการเก็บรักษาและทำลายเอกสาร การจัดทำข้อมูลไม่เป็นปัจจุบัน ขาดความต่อเนื่อง ขาดวัสดุอุปกรณ์
ขาดงบประมาณสนับสนุน และอื่น ๆ เป็นอย่างมาก


จากหลักการและปัญหาข้างต้น ผู้วิจัยในฐานะที่เป็นผู้รับผิดชอบในการควบคุมกำกับ ดูแล
และส่งเสริมการปฏิบัติงานโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ในจังหวัดมหาสารคาม
จึงเห็นความจำเป็นที่จะทำการวิจัยให้ทราบว่าโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา
ของจังหวัดมหาสารคามประสบปัญหาในการดำเนินงานในเรื่องใดบ้าง มากน้อยเพียงใด
แนวคิด(concept) กำหนดเป็นกรอบแนวคิดในการวิจัยครั้งนี้ ดังนี้ ด้านวิชาการ ด้านบุคลากร ด้านธุรการและ การเงิน
ด้านการประชาสัมพันธ์กับชุมชน ด้านกิจกรรมนักเรียน ด้านอาคารสถานที่
วัตถุประสงค์(objective) 1.เพื่อศึกษาปัญหาการดำเนินงานโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษาจังหวัดมหาสารคาม โดยส่วนรวมและรายด้าน
2.เพื่อเปรียบเทียบปัญหาการดำเนินงานโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา จังหวัดมหาสารคาม ตามขนาดของโรงเรียน โดยส่วนรวมและรายด้าน
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาปัญหาการดำเนินงานโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษาจังหวัดมหาสารคาม ปีการศึกษา 2537 เฉพาะด้านวิชาการ ด้านบุคลากร ด้านธุรการและ การเงิน ด้านการประชาสัมพันธ์กับชุมชน ด้านกิจกรรมนักเรียน และ ด้านอาคารสถานที่
กลุ่มตัวอย่าง(sample) ประชากร ประกอบด้วย ผู้จัดการโรงเรียน ครูใหญ่หรืออาจารย์ใหญ่ และครู อาจารย์ โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา จังหวัดมหาสารคาม จำนวน 205 รูป/คน จำแนกตามขนาดโรงเรียน ดังนี้
1.โรงเรียนขนาดกลาง จำนวน 68 รูป/คน
2.โรงเรียนขนาดเล็ก จำนวน 137 รูป/คน
กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้จัดการโรงเรียน ครูใหญ่หรืออาจารย์ใหญ่ และครูอาจารย์ โดยกำหนดกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 80 รูป/คน สุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (purposive sampling) ใน กลุ่มผู้จัดการโรงเรียน และกลุ่มครูใหญ่หรืออาจารย์ใหญ่ และสุ่มอย่างง่าย (simple random sampling) ร้อยละ 30 ในกลุ่มครูอาจารย์ จำแนกตามขนาด โรงเรียนได้ ดังนี้
1.โรงเรียนขนาดกลาง จำนวน 25 รูป/คน
2.โรงเรียนขนาดเล็ก จำนวน 55 รูป/คน
ตัวแปร(variable) ตัวแปรที่ศึกษา
- ตัวแปรอิสระ ได้แก่ ขนาดของโรงเรียน 2 ขนาด คือ
1.โรงเรียนขนาดกลาง
2.โรงเรียนขนาดเล็ก
ตัวแปรตาม ได้แก่ ปัญหาการดำเนินงานโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา จังหวัดมหาสารคาม ตามกรอบแนวคิด 6 ด้าน
เครื่องมือ(tool) เครื่องมือการวิจัย เป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า แบ่งระดับการวัดเป็น 5 ระดับ คือ มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อยและน้อยที่สุด จำนวน 33 ข้อ ค่าอำนาจจำแนกระหว่าง .43-.84 มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ .90
การรวบรวมข้อมูล(gathering) ได้เก็บรวบรวมข้อมูลที่เป็นปัญหาการดำเนินงานของโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษาจากโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษาในจังหวัดโดยใช้ แบบสอบถามแบบปลายเปิด แล้วรวบรวมประเด็นปัญหามาจัดทำเป็นแบบสอบถาม แบบมาตราส่วน ประมาณค่า (rating scale) มีตัวเลือก 5 ตัวเลือก คือ มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย และน้อยที่สุด เก็บข้อมูลด้วยตนเองได้ แบบสอบถามฉบับสมบูรณ์ทั้ง 80 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 100
การวิเคราะห์(analysis) การวิเคราะห์ข้อมูล วิเคราะห์ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ SPSS/PC+ สถิติที่ใช้มี ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบสมมติฐานการวิจัยด้วยค่า t-test(independent)
ข้อสรุป(summary) 1.โดยส่วนรวมโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา จังหวัดมหาสารคาม ทุกขนาด ประสบปัญหาการดำเนินงานอยู่ในระดับปานกลาง โดยเมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ประสบปัญหาระดับมากในด้านวิชาการ ด้านธุรการและการเงิน และด้านอาคารสถานที่ ปัญหาระดับปานกลางมี 2 ด้าน คือ ด้านบุคลากร ด้านการประชาสัมพันธ์กับชุมชน ส่วนด้านกิจกรรมนักเรียนประสบปัญหาในระดับน้อย
2.จำแนกตามขนาดโรงเรียน
1.โรงเรียนขนาดเล็ก ประสบปัญหาโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง และเมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ประสบปัญหาระดับมากในด้านวิชาการและด้านอาคารสถานที่ ส่วนด้านบุคลากร ด้าน ธุรการและการเงินและด้านการประชาสัมพันธ์กับชุมชน ประสบปัญหาระดับปานกลาง และด้านกิจกรรม นักเรียนประสบปัญหาระดับน้อย
2.โรงเรียนขนาดกลาง ประสบปัญหาโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาราย ด้านพบว่า ประสบปัญหาระดับมากในด้านวิชาการ ด้านธุรการและการเงิน และด้านอาคารสถานที่ นอกนั้นประสบปัญหาระดับปานกลาง
3.การเปรียบเทียบระดับปัญหาการดำเนินงานระหว่างโรงเรียนที่มีขนาดต่างกันพบว่าโดย รวมทุกด้าน โรงเรียนขนาดเล็กกับขนาดกลางประสบปัญหาไม่แตกต่างกัน เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า โรงเรียนขนาดกลางมีปัญหาด้านธุรการและการเงิน และด้านการประชาสัมพันธ์กับชุมชนมากกว่าโรงเรียนขนาดเล็กอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนด้านวิชาการ ด้านบุคลากร ด้านกิจกรรมนักเรียน และด้านอาคาร สถานที่ไม่แตกต่างกัน
ข้อเสนอแนะ(suggestion) 1.ข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงแก้ไขปัญหาและพัฒนาการดำเนินงาน
1.กระทรวงศึกษาธิการควรมอบนโยบายให้กรมการศาสนากำหนดแผนงาน และโครงการปรับปรุงพัฒนาโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ไว้ในแผนพัฒนาการศึกษา การศาสนา และการวัฒนธรรมจังหวัด เพื่อจะได้มีการจัดทำแผนงานและโครงการพัฒนาระยะ 5 ปีและประจำปี อันจะส่งผลให้สามารถคลี่คลาย ปัจจุบันปัญหา รวมทั้งสะกัดกั้นการขยายตัวของปัญหาในการดำเนินงาน โดยรวมให้ แก่โรงเรียนได้อย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ
2.ในการแก้ไขปัญหาการดำเนินงานด้านวิชาการ กรมการศาสนาควรประสานงาน ขอความร่วมมือจากกรมวิชาการหรือกรมอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำเกณฑ์มาตรฐานของงานวิชาการ เช่น ปริมาณและคุณภาพของห้องปฏิบัติการเสริมความรู้และทักษะ ปริมาณและคุณภาพของสื่อและการใช้สื่อ มาตรฐานของห้องสมุดและปริมาณหนังสือในห้องสมุด ปริมาณเอกสารหลักสูตร และเอกสารประกอบหลัก สูตร ปริมาณกิจกรรมส่งเสริมความรู้ทางวิชาการ และมาตรฐานการปฏิบัติด้านการวัดผล และประเมินผลการเรียน เพื่อโรงเรียนจะได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขและพัฒนางานด้านวิชาการให้บรรลุเป้าหมายต่อไป
3.ในการแก้ไขปัญหาการดำเนินงานด้านบุคลากร กรมการศาสนาควรประสานงาน กับกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงบประมาณและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดอัตรากำลังครูและ บุคลากรอื่น ๆ ให้เหมาะสม ตลอดจนตั้งงบประมาณพัฒนาครูและบุคลากร ตั้งงบประมาณจ้างครูและ บุคลากรเข้าปฏิบัติงานต่าง ๆ โดยเฉพาะสาขาวิชาที่ขาดแคลน ทั้งนี้เพื่อให้ครูและบุคลากรผู้ปฏิบัติงานในโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ได้รับค่าจ้างในอัตราที่เหมาะสม มีขวัญกำลังใจ และมีความภาคภูมิใจเฉกเช่นเดียวกับครูในระบบราชการ
4.ในการแก้ไขปัญหาการดำเนินงานด้านธุรการและการเงิน กรมการศาสนา ควรกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำของงานให้ชัดเจน และจัดทำคู่มือปฏิบัติงานให้โรงเรียนถือใช้ในการปฏิบัติรวมทั้งจัดให้มีการติดตามประเมินผลและตรวจสอบการปฏิบัติ ทั้งนี้จะต้องคำนึงว่าแม้โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา จะมิใช่หน่วย งานทางราชการแต่ทางราชการเป็นผู้จัดงบประมาณอุดหนุนให้จึงต้องมีการติดตาม ประเมินผลและตรวจสอบตามหลักราชการอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ในแง่ของการจัดสรรงบประมาณอุดหนุนโรงเรียน กรมการศาสนาควรพิจารณาหลักเกณฑ์การจัดสรรของกรมอื่น ๆ ที่จัดการศึกษาในระดับเดียวกัน เช่น กรมสามัญศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ และกรมการศึกษานอกโรงเรียน และดำเนินการจัดสรรงบประมาณอุดหนุนโรงเรียน โดยคำนึงถึงอัตราค่าใช้จ่ายต่อคนต่อปีของนักเรียนอย่างเท่าเทียมกันกับกรมต่าง ๆ ดังที่กล่าว
5.ในการแก้ไขปัญหาการดำเนินงานด้านความสัมพันธ์กับชุมชน โรงเรียนควรเพิ่มบทบาทด้านการให้บริการวิทยาการแก่ชุมชนให้มากขึ้น เช่น อาจช่วยหาทางพัฒนาชุมชนด้วยการให้บริการการศึกษาด้านอาชีพแก่ประชาชน จัดหลักสูตรให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชนในชุมชน จัดโรงเรียนเป็นศูนย์กลางกิจกรรมของชุมชน ศึกษาวิเคราะห์ปัญหาและความต้องการในการพัฒนาให้แก่ชุมชน จัดบริการข่าวสารและข้อมูลแก่ชุมชน เหล่านี้เป็นต้น
6.ในการแก้ไขปัญหาการดำเนินงานด้านกิจกรรมนักเรียน กรมการศาสนาควรกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำของงานให้ชัดเจน ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ รวมทั้งจัดทำคู่มือดำเนินการ กิจกรรมให้โรงเรียนถือใช้และจัดให้มีการติดตามประเมินผลเป็น ครั้งคราว
7.ในการแก้ไขปัญหาการดำเนินงานด้านอาคารสถานที่ กรมการศาสนาควรกำหนดมาตรฐานด้านอาคารสถานที่ของโรงเรียนแต่ละขนาดให้ชัดเจนว่า โรงเรียนแต่ละขนาด ควรใช้พื้นที่ปริมาณเท่าใด ควรมีอาคารเรียนขนาดกี่ห้องเรียนจำนวนกี่หลัง ควรให้มีห้องปฏิบัติการอะไรบ้าง ในสัดส่วนเท่าใดของจำนวนนักเรียน และควรมีอาคารประกอบอื่น ๆ อย่างไรบ้างในสัดส่วนเท่าใดของจำนวนนักเรียน เหล่านี้ เป็นต้น จากนั้นอาจมอบหมายให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดและสำนักงานศึกษาธิการอำเภอร่วมกันกับโรงเรียน จัดทำแผนแม่บทด้านอาคารสถานที่เสนอกรมพิจารณาจัดสรรงบประมาณก่อสร้างหรือปรับปรุงซ่อมแซมต่อไป
8.รัฐควรจัดสรรงบประมาณค่าใช้จ่ายต่อหัวของนักเรียนประเภทการศึกษาพระปริยัติรรม แผนกสามัญศึกษา ให้เท่ากับการศึกษาระดับเดียวกันที่จัดสรรให้กรมสามัญศึกษา ซึ่งจัดทั้งงบลงทุนการศึกษาและงบดำเนินการ
2.ข้อเสนแนะเพื่อการวิจัยครั้งต่อไป
1.ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายรายหัวต่อคนต่อปีของนักเรียนโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา
กับนักเรียนสังกัดกรมอื่น ๆ ในระดับเดียวกัน
2.ควรมีการศึกษาวิจัยเรื่องกระบวนการบริหารจัดการด้านวิชาการ ด้านบุคลากร ด้านธุรการและการเงิน ด้านการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน ด้านกิจการนักเรียน และด้านอาคารสถานที่ในโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา
3.ควรมีการประเมินคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ทั้งในส่วนการประเมินโรงเรียน
กระบวนการจัดการเรียนการสอนและการประเมินผู้เรียน
4.ควรมีการศึกษาวิจัยเปรียบเทียบการลงทุนของรัฐด้านการศึกษา ที่จัดสรรให้กรมการศาสนาและกรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
5.ควรศึกษาวิจัยเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อขวัญกำลังใจของครูและบุคลากรในโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา เป็นการเฉพาะ
ปี 2536
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved