ผลงานวิจัย

นางวัชรี แสนสิงห์ชัย - thaied

Current Record: นางวัชรี แสนสิงห์ชัย

นางวัชรี แสนสิงห์ชัย

การบริหารพัสดุของสถานศึกษาสังกัดกรมอาชีวศึกษา ในจังหวัดเชียงราย มีการจัดระบบการบริหารพัสดุ การจัดหาใช้วิธีการที่กำหนดไว้ในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 โดยคำนึงถึงงบประมาณ การแจกจ่ายพัสดุพิจารณาจากแผนงานและโครงการของสถานศึกษา การควบคุมพัสดุมีการควบคุมการจัดหาและมีการควบคุมทางบัญชี การบำรุงรักษาพัสดุโดยการกำหนดบุคคลรับผิดชอบ การจำหน่ายพัสดุใช้การจำหน่ายโดยการขายมากที่สุด

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 2100
ชื่อผลงานวิจัย การบริหารพัสดุของสถานศึกษา สังกัดกรมอาชีวศึกษาในจังหวัดเชียงราย
หัวข้อ(Eng) Inventory Management of Vocational Education Institutes in Chiang Rai Province
คำสำคัญ(keyword) พัสดุ การบริหารพัสดุ ปี2541
ชื่อผู้วิจัย นางวัชรี แสนสิงห์ชัย
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Mrs. Watcharee Saensingchai
ตำแหน่ง อาจารย์ 2 ระดับ 7
การศึกษา ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
สถานที่ติดต่อ -
สถานศึกษา -
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) ทำวิจัยเสร็จปี 2541
ประเภท การค้นคว้าแบบอิสระ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
สถานที่จัดเก็บผลงาน
สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ประวัติความเป็นมา(history) การบริหารงานต่าง ๆ ในองค์กรหรือหน่วยงานจำเป็นต้องพัสดุ เพราะพัสดุเป็นเครื่องมือที่ช่วยการบริหารงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การบริหารพัสดุจึงเป็นงานที่มีความสำคัญต่อการปฏิบัติราชการทุกสาขาและเป็นงานหลักของการบริหารที่ช่วยเสริมสร้าง และบริการแก่งานอื่น ๆ ให้ดำเนินไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว และง่ายต่อการปฏิบัติ ( ปรีชา โกศลพันธ์ , 2521 : 3 ) การบริหารพัสดุถือได้ว่าเป็นเครื่องมืออันสำคัญยิ่งสำหรับการบริหารงานทุกประเภทในการใช้ทรัพยากรบริหารอย่างหยัด และคุ้มค่า ( ปรีชา จำปารัตน์ และไพศาล ชัยมงคล, 2527 : 4 ) นอกจากนี้การบริหารพัสดุยังเป็นงานสนับสนุนแผนงานโครงการต่าง ๆ ซึ่งได้วางแผนไว้โดยให้มีของใช้ตลอดเวลา ให้งานและโครงการที่วางแผนดำเนินไปได้ และบริการสิ่งอำนวยความสะดวก มีอุปกรณ์เครื่องใช้ ยังรวมถึงการสร้างความสะดวกสบายให้แก่บรรยากาศในการทำงานด้วย(สิรินธร พวงกนก , 2526 : 14 )
รัฐเล็งเห็นความสำคัญของการบริหารพัสดุที่จะช่วยให้การบริหารงานบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ และมีประสิทธิผล จึงได้วางระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2521 และปรับปรุงแก้ไขเรื่อง ๆ จนถึงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 เพื่อให้ส่วนราชการต่าง ๆ ได้ยึดถือเป็นแนวปฏิบัติในการจัดซื้อจัดจ้าง การแจกจ่ายและควบคุม การบำรุงรักษา และการจำหน่าย การส่งเสริมการใช้พัสดุที่ผลิตในประเทศและกิจการของคนไทย ผลิตภัณฑ์มาตรฐานอุตสาหกรรม และการมอบอำนาจการดำเนินการปฏิบัติตามระเบียบ ( กรมอาชีวศึกษา,2539 )
ในส่วนของสถานศึกษาสังกัดกรมอาชีวศึกษานั้น การบริหารพัสดุนับว่าเป็นส่วนสำคัญยิ่งเพราะการฝึกปฏิบัติงานของนักศึกษาจำเป็นต้องอาศัยวัสดุฝึก งบประมาณค่าวัสดุของแต่ละสถานศึกษาต้องใช้เป็นจำนวนมาก ในแต่ละปีการศึกษาถ้าบริหารพัสดุไม่ดีพอ ความสูญเปล่าจะมีมากและจะเกิดความไม่คล่องตัวในการดำเนินงาน ซึ่งเป็นอุปสรรคอันสำคัญของการเรียนการสอนเป็นอย่างมาก กรมอาชีวศึกษาจึงมีโยบายให้สถานศึกษาในสังกัดทุกแห่ง มีพัสดุกลางแทนที่จะให้ทุกแผนกวิชาจัดระบบพัสดุเป็นเอกเทศ เพราะวัสดุบางอย่างสามารถเอื้ออำนวยต่อกัน ถึงแม้จะอยู่ต่างแผนกวิชา
ในการบริหารพัสดุของสถานศึกษาสังกัดกรมอาชีวศึกษาในจังหวัดเชียงราย ( อ้างในกรมอาชีวศึกษา , 2538 ) มีปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 ค่อนข้างมาก อาทิ การจัดทะเบียนครุภัณฑ์ บัญชี รับจ่าวัสดุ และหลักฐานการเบิกจ่ายวัสดุไม่เป็นปัจจุบันและไม่ถูกต้องตามระเบียบ มีการแบ่งซื้อแบ่งจ้างให้วงเงินต่ำกว่ากำหนด เพื่อจัดซื้อโดยวิธีตกลงราคา อันเป็นวิธีที่กระทำมิได้ตามระเบียบซึ่งการปฏิบัติดังกล่าวเพียงเพื่อให้การบริหารพัสดุเกิดความสะดวกคล่องตัวและรวดเร็วเท่านั้น เป็นการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ และจากประสบการณ์ในการปฏิบัติงานของผู้ศึกษาที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบริหารพัสดุในสถานศึกษาพบว่า มีปัญหาในการบริหารพัสดุหลายประการเช่นกัน ทั้งด้านการจัดหาและการบำรุงรักษา
ผู้ศึกษามีความสนใจศึกษาสภาพการบริหารพัสดุของสถานศึกษา สังกัดกรมอาชีวศึกษาในจังหวัดเชียงรายเพื่อนำผลการศึกษาไปใช้เป็นข้อมูลปรับปรุงแก้ไขการบริหารพัสดุของสถานศึกษาดังกล่าว และเสนอผลการศึกษาแก่ผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อให้การบริหารพัสดุมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลดียิ่งขึ้นไป
แนวคิด(concept) 1. การบริหารพัสดุ
2. ขั้นตอนการดำเนินการบริหารพัสดุ การบริหารพัสดุ มีกิจกรรมที่ต้องดำเนินการหลายขั้นตอน นับตั้งแต่
2.1 การวางแผนหรือการกำหนดโครงการ
2.2 การกำหนดความต้องการ
2.3 การจัดหาพัสดุ
2.4 การแจกจ่ายพัสดุ
2.5 การบำรุงรักษา
2.6 การจำหน่ายพัสดุ
วัตถุประสงค์(objective) เพื่อศึกษาสภาพการบริหารพัสดุของสถานศึกษาสังกัดกรมอาชีวศึกษาในจังหวัดเชียงราย
สมมุติฐาน(assumption) -
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) วิจัยเชิงสำรวจ
กลุ่มตัวอย่าง(sample) ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นผู้บริหารและหัวหน้างานจากสถานศึกษาสังกัดกรมอาชีวศึกษาในจังหวัดเชียงราย ในปีการศึกษา 2540 จำนวนทั้งสิ้น 126 คน
ตัวแปร(variable) ตัวแปรที่สนใจศึกษา คือ สภาพการบริหารพัสดุของสถานศึกษาสังกัดกรมอาชีวศึกษา ในจังหวัดเชียงราย ด้านการจัดหา การแจกจ่ายและควบคุม การบำรุงรักษาและการจำหน่าย
คำนิยาม(defination) พัสดุ หมายถึง วัสดุ ครุภัณฑ์ ซึ่งจำเป็นต้องมีไว้ในการเรียนการสอน การฝึกปฏิบัติงานของนักศึกษา ในสถานศึกษาสังกัดกรมอาชีวศึกษา ในจังหวัดเชียงราย การบริหารพัสดุ หมายถึง การดำเนินการเกี่ยวกับพัสดุให้ได้ประโยชน์แก่หน่วยงานมากที่สุด และบรรลุวัตถุประสงค์ ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ขั้น โดยปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 คือ 1. การจัดหา หมายถึง การดำเนินการให้ได้มาซึ่ง วัสดุ ครุภัณฑ์ ด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่นการจัดซื้อ การจัดจ้าง เป็นต้น เพื่อนำไปใช้ในการปฏิบัติงานการเรียนการสอนสอน และสิ่งอำนวยความสะดวก 2. การแจกจ่ายและควบคุม หมายถึง การดำเนินการเกี่ยวกับพัสดุที่ได้มาให้แก่หน่วยงานต่าง ๆ โดยควบคุมลงบัญชีไว้เป็นหลักฐาน และตรวจสอบได้ ตลอดจนมีสถานที่เก็บรักษาค้นหาง่าย สะดวก และปลอดภัย 3. การบำรุงรักษา หมายถึง การดำเนินการดูแลรักษาพัสดุให้อยู่ในสภาพที่ดี และสามารถใช้งานได้ 4. การจำหน่าย หมายถึง การดำเนินการเกี่ยวกับพัสดุที่มีเกินความต้องการ ชำรุดเสียหาย เสื่อมสภาพ ไม่สามารถซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ หรือเกิดการสูญหายโดยการขาย แลกเปลี่ยน โอน ทำลาย และจำหน่ายเป็นสูญ สถานศึกษาสังกัดอาชีวศึกษาในจังหวัดเชียงราย หมายถึง วิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยอาชีวศึกษา วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี และวิทยาลัยการอาชีพ ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงราย
เครื่องมือ(tool) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาเป็นแบบสอบถาม จำนวน 1 ชุด แบ่งเป็น 2 ตอน ตอนที่ 1 สถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม เป็นแบบสอบถามแบบเลือกตอบ ตอนที่ 2 การบริหารพัสดุของสถานศึกษาสังกัดกรอาชีวศึกษา ในจังหวัดเชียงราย เป็นแบบสอบถามแบบเลือกตอบและแบบปลายเปิด โดยสอบถามใน 4 ด้าน ดังนี้ การจัดกา การแจกจ่ายและควบคุม การบำรุงรักษา และการจำหน่าย
การรวบรวมข้อมูล(gathering) ผู้ศึกษาทำการส่งแบบสอบถาม และรับแบบสอบถามด้วยตนเอง โดยได้รับคืนทั้งสิ้น 125 ฉบับ คิดเป็ร้อยระ 99.21 ของแบบสอบถามทั้งหมด
การวิเคราะห์(analysis) ผู้วิจัยทำการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากแบบสอบถาม ดังนี้ ตอนที่ 1 สถานภาพของผู้สอบแบบสอบถาม วิเคราะห์โดยใช้ร้อยละ และนำเสนอเป็นตารางประกอบการบรรยาย ตอนที่ 2 การบริหารพัสดุของสถานศึกษาสังกัดกรมอาชีวศึกษา ในจังหวัดเชียงรายตามความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้ตอบแบบสอบถาม วิเคราะห์เป็นรายข้อ รายด้าน โดยใช้ร้อยละ และนำเสนอเป็นตารางประกอบการบรรยาย
ข้อสรุป(summary) การบริหารพัสดุของสถานศึกษาสังกัดกรมอาชีวศึกษา ในจังหวัดเชียงราย มีการจัดระบบการบริหารพัสดุ การจัดหาใช้วิธีการที่กำหนดไว้ในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 โดยคำนึงถึงงบประมาณ การแจกจ่ายพัสดุพิจารณาจากแผนงานและโครงการของสถานศึกษา การควบคุมพัสดุมีการควบคุมการจัดหาและมีการควบคุมทางบัญชี การบำรุงรักษาพัสดุโดยการกำหนดบุคคลรับผิดชอบ การจำหน่ายพัสดุใช้การจำหน่ายโดยการขายมากที่สุด
ข้อเสนอแนะ(suggestion) ข้อเสนอแนะทั่วไป 1. การจัดหาพัสดุ ควรดำเนินการจัดหาพัสดุโดยวิธีการอื่น ๆ นอกเหนือจากการซื้อการจ้างให้มากขึ้น เช่น การโอน การเช่า การแลกเปลี่ยน การขอบริจาค เป็นต้น เพื่อเป็นประหยัดงบประมาณในการจัดหาพัสดุ เพราะการจัดหาบางวิธีอาจไม่ต้องใช้งบประมาณ สถานศึกษาฯ จะสามารถนำงบประมาณไปจัดหาพัสดุที่จำเป็นได้มากขึ้น และควรมีการจัดทำสถิติในการจัดหาพัสดุแต่ละชนิดแต่ละประเภทไว้เป็นข้อมูลสนันสนุนหรือเป็นเกณฑ์ในการจัดหาในปีต่อไป ทำให้มีพัสดุจำนวนเพียงพอต่อความต้องการและทันเวลา นอกจากนี้การแต่งตั้งคณะกรรมการจัดหาพัสดุ ควรแต่งตั้งผู้ใช้พัสดุเป็นคณะกรรมการร่วมจัดซื้อจัดหา เพื่อผู้ใช้จะได้ใช้พัสดุตรงตามความต้องการ 2. การแจกจ่ายและควบคุมพัสดุ ควรมีการสำรองพัสดุให้เพียงพอกับความต้องการ เพื่อที่จะทำให้การปฏิบัติงานการเรียนการสอนและการฝึกงานของนักศึกษามีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ และควรกำชับให้มีการจัดทำบัญชีย่อย ในการควบคุมพัสดุบัญชีครุภัณฑ์ทะเบียนประวัติครุภัณฑ์ ทั้งนี้เพื่อเป็นสถิติในการจัดหา การกำหนดความต้องการพัสดุของผู้ใช้พัสดุในปีงบประมาณต่อไปตลอดจนเป็นข้อมูลในการพิจารณาเพื่อซ่อมบำรุงหรือจำหน่ายพัสดุออกจากบัญชี 3. การบำรุงรักษาพัสดุ ควรมีการอบรมและฝึกฝนให้ผู้ใช้สามารถซ่อมบำรุงแก้ไขเล็กน้อยได้ด้วยตนเองและปรับปรุงการเก็บรักษาพัสดุในระหว่างการใช้งานให้มีผลต่อการประหยัดพัสดุและพัสดุมีอายุการใช้งานได้ยาวนานขึ้นโดยการให้บุคลากรในสถานศึกษาได้มีส่วนร่วมในการเก็บรักษามีการสร้างข้อตกลงร่วมกันให้ทุกคนมีหน้าที่รับผิดชอบพัสดุเป็นรายชิ้น เป็นสัดส่วน และมีมาตรการควบคุมโดยการสำรวจและตรวจสภาพพัสดุเป็นระยะ ๆ 4. การจำหน่ายพัสดุ การสำรวจพัสดุประจำปี ควรมีการแต่งตั้งคณะกรรมการหลายชุดเพื่อจะทำให้การสำรวจพัสดุได้ละเอียดและได้ข้อมูลที่ถูกต้อง และที่สำคัญผู้บริหารสถานศึกษาฯ ควรให้ความสนใจเกี่ยวกับการขอจำหน่ายพัสดุออกจากบัญชี เพื่อจะได้จัดหาพัสดุใหม่มาทดแทนของเดิม
ปี 2541
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved