ผลงานวิจัย

นางสาวระพิณ ชูชื่น - thaied

Current Record: นางสาวระพิณ ชูชื่น

นางสาวระพิณ ชูชื่น

สรุปผลการวิจัย
ด้านการสั่งสอนอบรมทางด้านจริยธรรมของนักเรียนภายในสถานศึกษา
การสั่งสอนอบรมทางด้านจริยธรรมในโรงเรียน พระสงฆ์ส่วนมากเคยเข้ามาสั่ง สอนอบรมทางด้านจริยธรรมแก่นักเรียนในโรงเรียน และพระสงฆ์ให้การสั่งสอนอบรม แก่นักเรียนมากกว่าสัปดาห์ละ 1 ครั้ง วิธีการสั่งสอนอบรมของพระสงฆ์ ส่วนมากเข้ามา เป็นครูสอนจริยศึกษาประจำในโรงเรียน รองลงมาคือ เป็นวิทยากรรับอาราธณามาแสดง ธรรมเทศนา หรือแสดงปาฐกถาธรรมในโรงเรียนตามโอกาสพิเศษ เช่น วันไหว้ครู เนื้อหาทางจริยธรรมที่พระสงฆ์สั่งสอนอบรมในโรงเรียนที่ตรงกับคุณธรรม 30 ประการ คือ เรื่องความเมตตากรุณามากที่สุด รองลงมามีเนื้อหาเกี่ยวกับความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และ เสียสละ การสนับสนุนกิจกรรมทางจริยธรรม เกี่ยวกับวันสำคัญทางศาสนา พระสงฆ์ส่วนมากเคย มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมในวันสำคัญทางศาสนาร่วมกับโรงเรียน กิจกรรมในวัน สำคัญทางศาสนาที่พระสงฆ์เข้าร่วมมากที่สุด คือ กิจกรรมในวันวิสาขบูชา รองลงมาคือ วันอาสฬหบูชา พระสงฆ์เข้าร่วมกิจกรรมในวันสำคัญทางศาสนาร่วมกับโรงเรียน โดย เป็นผู้ให้ความร่วมมือแก่คณะครู-อาจารย์ และผู้จัดมากที่สุด
การสนับสนุนกิจกรรมทางจริยธรรม เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมส่งเสริมจริยธรรมภายใน สถานศึกษา พระสงฆ์ส่วนมากมีส่วนร่วมในกิจกรรม กิจกรรมที่พระสงฆ์มีส่วนร่วมใน การจัดมากที่สุดคือ รายการตอบปัญหาทางจริยธรรมในโอกาสพิเศษของโรงเรียน รองลง มาคือ โครงการอบรม ศิลธรรมนักเรียนภาคฤดูร้อน บทบาทของพระสงฆ์ในการจัด กิจกรรมพระสงฆ์ส่วนมากให้ความร่วมมือกับคณะครู-อาจารย์ผู้จัด และรองลงมาคือ ให้ คำแนะนำแก่คณะครู-อาจารย์ผู้จัด
การสนับสนุนกิจกรรมทางจริยธรรม เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมส่งเสริมจริยธรรมภายนอก สถานศึกษา พระสงฆ์ส่วนมากเคยจัดกิจกรรมส่งเสริมจริยธรรมแก่นักเรียนนอกสถาน ศึกษา กิจกรรมที่พระสงฆ์จัดขึ้นเป็นส่วนมากคือ โครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน วิธีการจัดกิจกรรมส่งเสริมจริยธรรม พระสงฆ์ส่วนมากจะให้คำแนะนำปรึกษาแก่คณะ ครู-อาจารย์ผู้จัด
ด้านการให้คำแนะนำปรึกษาปัญหาจริยศึกษาในโรงเรียน
การให้คำแนะนำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาด้านจริยศึกษา พระสงฆ์ส่วนมากเคยให้คำแนะนำ ปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาทางด้านจริยศึกษาแก่นักเรียน โดยพระสงฆ์จะให้คำแนะนำปรึกษา แก่นักเรียนเกี่ยวกับปัญหาทางด้านจริยศึกษาที่ตรงกับคุณธรรม 30 ประการ ในเรื่องความ กตัญญูกตเวทีมากที่สุด รองลงมาคือ ความเมตตา กรุณา อุเบกขา
การให้คำแนะนำเกี่ยวกับปัญหาทั่วไป พระสงฆ์ได้ให้คำแนะนำปรึกษาในเรื่องต่าง ๆ ดัง นี้ คือ ปัญหาครอบครัว ที่ให้คำแนะนำปรึกษามากที่สุดเกี่ยวกับเรื่องสภาพแวดล้อมทาง บ้านไม่ดี เช่น มีแหล่งมั่วสุมการพนัน มีขโมย ปัญหาทางการเรียนที่ให้คำแนะนำปรึกษา มากที่สุดคือ เรื่องนักเรียนไม่เข้าใจบทเรียน ปัญหาทางการเงิน ที่ให้คำปรึกษามากที่สุด คือ เรื่องการขาดทุนทรัพย์ในการเรียน ปัญหาสุขภาพที่ให้คำแนะนำปรึกษามากที่สุด คือ เรื่องนักเรียนมีความบกพร่องทางด้านร่างกาย เช่น สายตา วิธีการให้คำแนะนำปรึกษาแก่ นักเรียนในโรงเรียนประถมศึกษา โดยส่วนมากวิธีที่พระสงฆ์ปฏิบัติมากที่สุดคือ การให้ คำแนะนำปรึกษาที่วัด เมื่อนักเรียนไปปฏิบัติกิจกรรมที่วัด รองลงมาคือ ให้คำแนะนำ ปรึกษาที่โรงเรียนเมื่อคณะครู-อาจารย์นิมนต์ไป
ด้านการเป็นสื่อกลางระหว่างโรงเรียนกับชุมชน
พระสงฆ์ส่วนมากเคยมีส่วนร่วมในการชักชวนสมาชิกในชุมชนให้เข้าร่วมกิจกรรมทาง จริยธรรมที่โรงเรียนจัดขึ้น โดยมีพระสงฆ์ที่ให้การชักชวนเป็นบางครั้ง
กิจกรรมวันสำคัญทางศาสนา ที่พระสงฆ์ให้การชักชวนแก่สมาชิกในชุมชนมากที่สุด ได้แก่ กิจกรรมวันวิสาขบูชา และรองลงมาคือ วันมาฆบูชา และวันอาสาฬหบูชา กิจกรรมเกี่ยวกับศาสนาพิธีของโรงเรียนที่พระสงฆ์ให้การชักชวนแก่สมาชิกมากที่สุดคือ การตักบาตร รองลงมาคือ การฟังเทศน์ กิจกรรมส่งเสริมจริยธรรมในโรงเรียนที่พระสงฆ์ ให้การชักชวนแก่สมาชิก ส่วนมากคือ พิธีพุทธมามกะ รองลงมาคือ การบรรพชาสามเณร ภาคฤดูร้อน วิธีการที่พระสงฆ์ใช้ในการชักชวนสมาชิกในชุมชนเข้าร่วมกิจกรรมมากที่ สุดคือ การบอกกล่าวแก่สมาชิกในชุมชนที่วัด เมื่อสมาชิกในชุมชนมาประกอบกิจกรรม ทางศาสนาที่วัด
ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพิ่มเติมของพระสงฆ์
1. ด้านการสั่งสอนอบรมเกี่ยวกับจริยธรรม พระสงฆ์ส่วนมากมีความคิดเห็นว่าควรมี บทบาทในการสอนมากกว่าที่เป็นอยู่ และควรจัดให้เข้าสอนอย่างน้อยเดือนละครั้งหรือ ทุก ๆ วันพระ ให้พระเป็นครูประจำที่โรงเรียนและอบรมธรรมะหน้าเสาธง และปรับปรุง วิธีสอนให้เข้าใจโดยการใช้สื่อการสอน
2. ด้านการสนับสนุนกิจกรรมด้านจริยธรรม พระสงฆ์ส่วนมากมีความคิดเห็นว่าทาง โรงเรียนควรให้การสนับสนุนในด้านทุนทรัพย์ วัสดุ อุปกรณ์ สถานที่ และโอกาสให้ พระได้เข้าร่วมกิจกรรมภาคปฏิบัติ และจัดทำเป็นโครงการอบรมจริยธรรมแก่นักเรียน อย่างจริงจัง และให้พระจากวัดต่าง ๆ ร่วมกิจกรรมให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
3. ด้านการให้คำแนะนำด้านจริยธรรม พระสงฆ์ส่วนมากมีความคิดเห็นว่าควรให้คำแนะ นำทั้งในส่วนที่เป็นรูปธรรม และนามธรรมให้เหมาะสมกับวัยวางพื้นฐานในด้าน จริยธรรมให้กับเด็กอย่างเหมาะสม และกระทำอย่างต่อเนื่องจริงจังและต้องการให้ครู ผู้ บริหาร หรือนักเรียนผู้ใหญ่ให้ความสำคัญกับพระสงฆ์ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ในการให้คำแนะนำต่าง ๆ
4. การเป็นสื่อกลางระหว่างโรงเรียนกับชุมชน พระสงฆ์ส่วนมากมีความคิดเห็นว่า ควร จัดกิจกรรม ประจำปีหรือมีการประชาสัมพันธ์ จัดประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่ชักชวนบุคคล ต่าง ๆ ให้เข้าร่วมกิจกรรม และควรเปิดโอกาสให้พระเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม ต่าง ๆ ให้มากขึ้น
5. ต้องการได้รับการสนับสนุนในเรื่องต่าง ๆ ทางราชการและจากพระผู้ใหญ่ที่มีหน้าที่ เกี่ยวข้องด้วย นอกจากนี้พระสงฆ์อยากมีส่วนร่วมในการจัดทำหลักสูตรด้วย

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 1922
ชื่อผลงานวิจัย การศึกษาบทบาทของพระสงฆ์ในการส่งเสริมจริยธรรมของนักเรียน
ในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร

ชื่อผู้วิจัย นางสาวระพิณ ชูชื่น
สถานที่ติดต่อ สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอคลองหาด อ.คลองหาด จ. ปราจีนบุรี
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) ธันวาคม 2532 - มกราคม 2533
ประเภท เป็นวิทยานิพนธ์ระดับ ปริญญาโท
สถานที่จัดเก็บผลงาน เพื่อเสนอต่อ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ประวัติความเป็นมา(history) สังคมไทยในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปมากในด้านสภาพสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ แนวความคิดและการกระทำมีการแข่งขันและหันเข้าหาวัตถุนิยมมากขึ้น ทำให้วิถีการ ดำเนินชีวิตแปรเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงทางสังคมเช่นนี้ก่อให้เกิดความ เห็นแก่ตัว ขาดคุณธรรมและจริยธรรมมากขึ้นทุกปี ฉะนั้น การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ใน ภาวะที่สังคมมีการแข่งขันกันสูง จึงต้องเริ่มต้นกันที่จริยธรรมส่วนบุคคล หาไม่แล้ว มนุษย์ในสังคมใหม่ก็จะไหลไปตามกระแสสังคมของวัตถุนิยมจนลืมคุณธรรมจริยธรรม อันดีงามของเราไป สถาบันต่าง ๆ ในสังคมต่างตระหนักถึงปัญหาทางสังคม และความ สำคัญในการเร่งพัฒนาจริยธรรมให้บังเกิดแก่บุคคลทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับเด็กใน วัยเรียนสมควรได้รับการวางพื้นฐานทางจริยธรรมให้เข้มแข็งที่สุด เพื่อเด็กเหล่านั้นจะได้ เจริญเติบโตเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมในภายภาคหน้า


ในระยะ 20 ปีมานี้ มักจะพบข้อเขียนและคำอภิปรายต่าง ๆ ที่พิมพ์เผยแพร่ในการอบรม ครูและในการประชุมสัมมมนาที่เกี่ยวกับการสอนจริยศึกษา มักจะเน้นว่าเยาวชนไทยทุก วันนี้ถูกสิ่งแวดล้อมชักนำให้ประพฤติตนผิดหลักของศิลธรรมไปเป็นอันมาก ทั้งหันไป ยึดค่านิยมแบบตะวันตกทำให้ละทิ้งขนบธรรมเนียมและกิริยามารยาทแบบไทยไปสิ้น ทุกครั้งเมื่อมีการอภิปรายถึงปัญหาของสังคมไทยผู้อภิปรายซึ่งเป็นผู้ใหญ่ย่อมไม่ละเว้นที่ จะประณามพฤติกรรมอันเสื่อมทรามของเยาวชน ความไม่มีจริยธรรมของเด็กในปัจจุบัน ที่เห็นออกมาเด่นชัดก็คือ ความก้าวร้าว ความเห็นแก่ตัว และรักใคร่ไม่ได้เลยนอกจากตัว เอง (กรมวิชาการ 2523 : 21) จริยธรรมและศิลธรรมนั้นนับว่าเป็นปัจจัยทางสังคมที่สำคัญ ประการหนึ่งที่จะทำให้สังคมอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขเรียบร้อยไม่มีปัญหาทางศิลธรรม มากมาย


สภาพสังคมกรุงเทพมหานครปัจจุบันเป็นแหล่งสะสมปัญหา และความเสื่อมทาง วัฒนธรรม โดยเฉพาะปัญหาทางจริยธรรมซึ่ง่ความไม่เรียบร้อยต่าง ๆ ในสังคมไทยอาจ เกิดจากคนได้รับการศึกษาด้านศิลธรรมหรือจริยศึกษาไม่พอหรือไม่ได้ผลเสียเป็นส่วน ใหญ่ และปัจจุบันได้มีผู้เห็นความสำคัญของการปลูกฝังเด็กทางด้านจิตใจบ้างแล้ว ดังที่ ได้มีผู้กล่าวเสนอแนะไว้ว่าค่านิยมที่ผู้ใหญ่ควรปลูกฝังเด็กมากที่สุดคือค่านิยมทางด้าน คุณธรรม แทนที่จะมุ่งปลูกฝังค่านิยมทางวัตถุนิยม (สุมน อมรวิวัฒน์ 2522 : 101) หน่วย งานต่าง ๆ ทั้งภายในและนอกกระทรวงศึกษาธิการเริ่มตื่นตัวในเรื่องการจัดจริยศึกษาขึ้น เป็นอันมาก คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติได้จัดสัมมนาเกี่ยวกับจริยศึกษาขึ้น ได้เชิญ ผู้ทรงคุณวุฒิอภิปรายกันถึงแนวทางการจัดจริยศึกษา กรมการฝึกหัดครูได้จัดประชุมเกี่ยว กับจริยศึกษาขึ้นอีกหลายครั้งรวมทั้งการทำโครงการการวิจัยเกี่ยวกับจริยธรรมสำหรับครู ขึ้น นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่เกี่ยวกับจริยศึกษาอีกมากมาย (กรมวิชาการ 2523 : 87) โลก ที่เน้นการพัฒนาด้านวัตถุอย่างเดียวนั้นถึงก้าวหน้าก็ยากที่จะรักษาให้คงทน สิ่งที่ควร พัฒนาควบคู่กันไปก็คือด้านจิตใจในแง่ของคุณธรรมและศิลธรรม


จะมองเห็นความสำคัญของการศึกษาอบรมในด้านจริยธรรมได้จากการจัดหลักสูตรการ ศึกษาตามโครงการศึกษา พ.ศ.2441 ที่เน้นเรื่องจรรยาดังกล่าวมาแล้ว ยิ่งกว่านั้นในพ.ศ .2472 กระทรวงธรรมการยังได้ประกาศเพิ่มหลักสูตรทางจริยศึกษาขึ้น โดยให้มีการสอน เกี่ยวกับหลักธรรมของพระพุทธศาสนาขึ้นในโรงเรียนรัฐบาลทั้งหมดประมาณ พ.ศ.2493 กระทรวงศึกษาธิการได้เริ่มกำหนดให้โรงเรียนต่าง ๆ ทั้งโรงเรียนหลวงและโรงเรียน ราษฎร์ ใช้หนังสือเรียนในหลักสูตรจริยศึกษาสำหรับชั้นประถมและมัธยม (ทินพันธุ์ นา คะตะ 2529 : 91) การส่งเสริมจริยธรรมจึงเป็นงานที่สำคัญยิ่งส่วนหนึ่งในการให้การ ศึกษาและเป็นงานอันเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เพื่อเป็นการ สนองนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาจริยธรรมของเยาวชนของชาติ


ในสมัยก่อนสถาบันพระพุทธศาสนาเป็นสถาบันแห่งแรกที่ให้การศึกษาแก่คนไทย การ ศึกษาของเราเริ่มต้นจากวัดโดยเฉพาะให้ด้านจริยศึกษา แม้ในปัจจุบันความสำเร็จในด้าน นี้ก็ยังมีอยู่ (ทินพันธุ์ นาคะตะ 2523 : 7) การให้พระสงฆ์มามีบทบาทในการสอน จริยธรรมในโรงเรียน จะเป็นการช่วยให้เกิดทัศนะที่ดีแก่เด็กความรู้สึกในฐานะครูกับ ศิษย์จะเกิดขึ้นได้ คือ ความรู้สึกเคารพนับถืออย่างจริงจังอันเป็นผลให้การศึกษาได้ผล ตามสมควร มุ่งหมายอีกแง่หนึ่ง (เสาวลักษณ์ ชำนิล 2519 : 186-187) สถาบันศาสนาหรือ วัดนั้นนับว่าเป็นสถาบันทางจริยธรรมโดยตรงดังที่เราได้เห็นว่าวัฒนธรรมประเพณี ตลอดทั้งคุณธรรมต่าง ๆ ที่ตนไทยยอมรับนับถือล้วนมาจากศาสนาใหญ่ (น้อย พงษ์ สนิท 2520 : 84) การที่นักเรียนบางคนได้เข้ามาศึกษาในโรงเรีนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ซึ่งดำเนินการสอนโดยสถาบันศาสนาหรือวัดนั้น ย่อมมีผลต่อการปลูกฝังจริยธรรมแก่ เด็ก เพราะสถาบันศาสนา


นับว่าเป็นสถาบันทางจริยธรรมโดยตรง ทั้งนี้ เพราะหลักจริยธรรมที่สอนกันอยู่ในเมือง ไทย ส่วนใหญ่มาจากพระพุทธศาสนา (คึกฤทธิ์ ปราโมช 2514 : 16)


ในปัจจุบัน พระสงฆ์ได้เข้ามีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมจริยธรรมในโรงเรียนประถม ศึกษา โดยการเผยแพร่ด้านศิลธรรมจริยธรรมแก่นักเรียนแม้ในกิจกรรมการเผยแพร่ต่าง ๆ ก็มุ่งที่จะช่วยอบรมจริยธรรมศิลธรรมแก่นักเรียน นักศึกษาเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งตรงตาม หลักธรรมและคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าที่ได้กล่าวถึงบทบาทของพระสงฆ์ต่อสมาชิก ในสังคมว่า พระสงฆ์ควรมีบทบาทหน้าที่ดังนี้ บทบาทด้านการศึกษาคือ พระสงฆ์ต้อง ให้การสั่งสอนอบรมแก่ผู้อื่นให้ดำรงชีวิตได้ด้วยดี ซึ่งพระสงฆ์ต้องอาศัยความรู้ทางโลก และทางธรรม ด้านการเผยแพร่คือ การให้การสนับสนุนกิจกรรมการช่วยให้มีการ ประพฤติธรรมปฏิบัติธรรมอันเป็นประโยชน์แผ่ไปในสังคมและด้านการสงเคราะห์คือ การที่พระสงฆ์ต้องให้คำแนะนำปรึกษา แก่ผู้อื่นทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งการสงเคราะห์ทางจิต ซึ่งถือเป็นหน้าที่โดยหลักของพระสงฆ์ เมื่อพระสงฆ์ได้นำเอา บทบาททั้งสามด้านไปปฏิบัติ ย่อมทำให้พระสงฆ์เป็นผู้นำทางจิตใจที่ดี (พระมหาประยุต โต 2513 : 56-67) จึงกล่าวได้ว่าพระสงฆ์เป็นผู้ที่มีความเหมาะสมมากที่สุดที่จะสอน เนื้อหาธรรมะทั้งทางปฏิบัติธรรม เพราะพระสงฆ์เป็นผู้แตกฉานในทางธรรมวินัย มีศิลจา วัตรอันดีงามควรแก่การเลื่อมใส ถ้าหาพระภิกษุสงฆ์เช่นนี้ได้น้อย ควรจัดให้ครูผู้มีหน้าที่ สอนศิลธรรมได้รับความรู้และการปฏิบัติธรรมจากพระภิกษุสงฆ์ให้เป็นที่เข้าใจซาบซึ้ง ให้เกิดมีจิตใจฝักใฝ่ในธรรมด้วยใจจริง จึงจะถ่ายทอดความฝักใฝ่ในธรรมแก่นักเรียนของ ตนได้ (ละออ การุณยะวนิช 2519 : 249-250)


จากงานวิจัยของ จิรศักดิ์ ศักดิ์พิสิษฐ์ (2527 : 185) พบว่าครูในกรุงเทพมหานคร มีความ คิดเห็นเกี่ยวกับการสนับสนุนทางการศึกษาที่พระจัดให้แก่โรงเรียนประถมศึกษา ในเรื่อง ของการอบรมจริยธรรมนั้น พระสงฆ์เป็นผู้ที่มีความเหมาะสมกว่าครู เพราะผู้ที่จะทำ การอบรมจริยธรรมนักเรียนควรจะมีคุณลักษณะสำคัญคือ เป็นคนยิ้มแย้ม เปิดเผย พูดจา ไพเราะตรงไปตรงมา มีความยุติธรรมมีเมตตากรุณาอยู่เนืองนิตย์ สงบเสงี่ยม มีความ สำรวมระมัดระวังอยู่เสมอ อดทนเข้มแข็ง สามารถข่มใจตัวได้ทุกกรณี และต้องทำตัวให้ เป็นตัวอย่างที่ดีเหมือนที่ได้สอนผู้อื่น สิ่งเหล่านี้เป็นคุณลักษณะที่พระสงฆ์มีอยู่แล้ว


จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้นนี้ จึงถึงเวลาแล้วที่สถาบันการศึกษาและสถาบันสงฆ์ต้องเริ่มมี บทบาทในการสร้างเสริมศิลธรรมแก่เด็กและเยาวชนรวมกันอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น (สุมน อมรวิวัฒน์ 2530 : 183) โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันศาสนาอันเป็นรากฐานของจริยธรรม เช่น จริยธรรมของสังคมไทยก็ขึ้นอยู่กับระบบศิลธรรมของพระพุทธศาสนา ซึ่งคนไทย เรานับถือมาเป็นเวลาช้านานนับพัน ๆ ปี (คึกฤทธิ์ ปราโมช 2530 : 128-129) ผู้วิจัยเห็นว่า ควรมีการศึกษาบทบาทของพระสงฆ์ในกรุงเทพมหานครกับการส่งเสริมจริยธรรมแก่เด็ก เพื่อจะได้นำผลการศึกษามาเป็นแนวทางสำหรับวางแผนปฏิบัติ หรือปรับปรุงบทบาท ของพระสงฆ์ รวมทั้งเป็นการประสานงานระหว่างโรงเรียนกับพระสงฆ์ เพื่อให้การส่ง เสริมจริยธรรมในโรงเรียนประถมศึกษามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น


วัตถุประสงค์(objective) เพื่อศึกษาบทบาทของพระสงฆ์ในการส่งเสริมจริยธรรมของนักเรียนในโรงเรียนประถม ศึกษาในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านการสั่งสอนอบรม การสนับสนุนกิจกรรม การให้คำแนะนำ ปรึกษาและการเป็นสื่อกลางระหว่างโรงเรียนกับชุมชน
กลุ่มตัวอย่าง(sample) ในการดำเนินการวิจัย ผู้วิจัยดำเนินการวิจัยโดยสรุป ดังนี้
1. ศึกษารวบรวมความรู้เกี่ยวกับบทบาทของพระสงฆ์ในการส่งเสริมจากตำรา วารสาร สิ่งพิมพ์และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
2. ศึกษาหลักสูตรกลุ่มสร้างเสริมลักษณะนิสัย ในส่วนเนื้อหาสาระที่เป็นจริยศึกษาใน แผนการสอนของกระทรวงศึกษาธิการ และคู่มือครูเพื่อหาสาระสำคัญในการสร้าง แบบสอบถาม
3. การเก็บรวบรวมข้อมูลเบื้องต้น ผู้วิจัยสร้างแบบสัมภาษณ์เพื่อนำไปใช้สัมภาษณ์พระ สงฆ์ที่ไม่ใช่ตัวอย่างประชากร จำนวน 10 ท่าน แล้วนำข้อมูลที่ได้มาจัดหมวดหมู่เพื่อนำ มาเป็นข้อมูลเบื้องต้นในการสร้างแบบสอบถามต่อไป
4. การสร้างเครื่องมือ ผู้วิจัยสร้างเครื่องมือ คือ แบบสอบถาม 1 ชุด แล้วนำไปให้ผู้ทรง คุณวุฒิตรวจแนะนำแก้ไข แล้วนำแบบสอบถามที่ปรับปรุงแล้ว ไปทดลองใช้กับพระ สงฆ์ที่ไม่ใช่ตัวอย่างประชากร จำนวน 10 ท่าน เพื่อตรวจสอบแก้ไขด้านความเที่ยงตรง ของเนื้อหา สำนวน ภาษาที่ใช้เพื่อไปปรับปรุงแก้ไข ก่อนที่จะนำไปเป็นเครื่องมือในการ เก็บรวบรวมข้อมูลต่อไป
5. นำแบบสอบถามไปแจกให้พระสงฆ์ที่เป็นตัวอย่างประชากร จำนวน 123 รูป ใน เขตกรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งรอรับแบบสอบถามด้วยตนเอง โดยใช้ระยะเวลาในการ เก็บรวบรวมข้อมูลทั้งสิ้น 4 สัปดาห์
ข้อสรุป(summary) สรุปผลการวิจัย
ด้านการสั่งสอนอบรมทางด้านจริยธรรมของนักเรียนภายในสถานศึกษา
การสั่งสอนอบรมทางด้านจริยธรรมในโรงเรียน พระสงฆ์ส่วนมากเคยเข้ามาสั่ง สอนอบรมทางด้านจริยธรรมแก่นักเรียนในโรงเรียน และพระสงฆ์ให้การสั่งสอนอบรม แก่นักเรียนมากกว่าสัปดาห์ละ 1 ครั้ง วิธีการสั่งสอนอบรมของพระสงฆ์ ส่วนมากเข้ามา เป็นครูสอนจริยศึกษาประจำในโรงเรียน รองลงมาคือ เป็นวิทยากรรับอาราธณามาแสดง ธรรมเทศนา หรือแสดงปาฐกถาธรรมในโรงเรียนตามโอกาสพิเศษ เช่น วันไหว้ครู เนื้อหาทางจริยธรรมที่พระสงฆ์สั่งสอนอบรมในโรงเรียนที่ตรงกับคุณธรรม 30 ประการ คือ เรื่องความเมตตากรุณามากที่สุด รองลงมามีเนื้อหาเกี่ยวกับความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และ เสียสละ การสนับสนุนกิจกรรมทางจริยธรรม เกี่ยวกับวันสำคัญทางศาสนา พระสงฆ์ส่วนมากเคย มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมในวันสำคัญทางศาสนาร่วมกับโรงเรียน กิจกรรมในวัน สำคัญทางศาสนาที่พระสงฆ์เข้าร่วมมากที่สุด คือ กิจกรรมในวันวิสาขบูชา รองลงมาคือ วันอาสฬหบูชา พระสงฆ์เข้าร่วมกิจกรรมในวันสำคัญทางศาสนาร่วมกับโรงเรียน โดย เป็นผู้ให้ความร่วมมือแก่คณะครู-อาจารย์ และผู้จัดมากที่สุด
การสนับสนุนกิจกรรมทางจริยธรรม เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมส่งเสริมจริยธรรมภายใน สถานศึกษา พระสงฆ์ส่วนมากมีส่วนร่วมในกิจกรรม กิจกรรมที่พระสงฆ์มีส่วนร่วมใน การจัดมากที่สุดคือ รายการตอบปัญหาทางจริยธรรมในโอกาสพิเศษของโรงเรียน รองลง มาคือ โครงการอบรม ศิลธรรมนักเรียนภาคฤดูร้อน บทบาทของพระสงฆ์ในการจัด กิจกรรมพระสงฆ์ส่วนมากให้ความร่วมมือกับคณะครู-อาจารย์ผู้จัด และรองลงมาคือ ให้ คำแนะนำแก่คณะครู-อาจารย์ผู้จัด
การสนับสนุนกิจกรรมทางจริยธรรม เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมส่งเสริมจริยธรรมภายนอก สถานศึกษา พระสงฆ์ส่วนมากเคยจัดกิจกรรมส่งเสริมจริยธรรมแก่นักเรียนนอกสถาน ศึกษา กิจกรรมที่พระสงฆ์จัดขึ้นเป็นส่วนมากคือ โครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน วิธีการจัดกิจกรรมส่งเสริมจริยธรรม พระสงฆ์ส่วนมากจะให้คำแนะนำปรึกษาแก่คณะ ครู-อาจารย์ผู้จัด
ด้านการให้คำแนะนำปรึกษาปัญหาจริยศึกษาในโรงเรียน
การให้คำแนะนำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาด้านจริยศึกษา พระสงฆ์ส่วนมากเคยให้คำแนะนำ ปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาทางด้านจริยศึกษาแก่นักเรียน โดยพระสงฆ์จะให้คำแนะนำปรึกษา แก่นักเรียนเกี่ยวกับปัญหาทางด้านจริยศึกษาที่ตรงกับคุณธรรม 30 ประการ ในเรื่องความ กตัญญูกตเวทีมากที่สุด รองลงมาคือ ความเมตตา กรุณา อุเบกขา
การให้คำแนะนำเกี่ยวกับปัญหาทั่วไป พระสงฆ์ได้ให้คำแนะนำปรึกษาในเรื่องต่าง ๆ ดัง นี้ คือ ปัญหาครอบครัว ที่ให้คำแนะนำปรึกษามากที่สุดเกี่ยวกับเรื่องสภาพแวดล้อมทาง บ้านไม่ดี เช่น มีแหล่งมั่วสุมการพนัน มีขโมย ปัญหาทางการเรียนที่ให้คำแนะนำปรึกษา มากที่สุดคือ เรื่องนักเรียนไม่เข้าใจบทเรียน ปัญหาทางการเงิน ที่ให้คำปรึกษามากที่สุด คือ เรื่องการขาดทุนทรัพย์ในการเรียน ปัญหาสุขภาพที่ให้คำแนะนำปรึกษามากที่สุด คือ เรื่องนักเรียนมีความบกพร่องทางด้านร่างกาย เช่น สายตา วิธีการให้คำแนะนำปรึกษาแก่ นักเรียนในโรงเรียนประถมศึกษา โดยส่วนมากวิธีที่พระสงฆ์ปฏิบัติมากที่สุดคือ การให้ คำแนะนำปรึกษาที่วัด เมื่อนักเรียนไปปฏิบัติกิจกรรมที่วัด รองลงมาคือ ให้คำแนะนำ ปรึกษาที่โรงเรียนเมื่อคณะครู-อาจารย์นิมนต์ไป
ด้านการเป็นสื่อกลางระหว่างโรงเรียนกับชุมชน
พระสงฆ์ส่วนมากเคยมีส่วนร่วมในการชักชวนสมาชิกในชุมชนให้เข้าร่วมกิจกรรมทาง จริยธรรมที่โรงเรียนจัดขึ้น โดยมีพระสงฆ์ที่ให้การชักชวนเป็นบางครั้ง
กิจกรรมวันสำคัญทางศาสนา ที่พระสงฆ์ให้การชักชวนแก่สมาชิกในชุมชนมากที่สุด ได้แก่ กิจกรรมวันวิสาขบูชา และรองลงมาคือ วันมาฆบูชา และวันอาสาฬหบูชา กิจกรรมเกี่ยวกับศาสนาพิธีของโรงเรียนที่พระสงฆ์ให้การชักชวนแก่สมาชิกมากที่สุดคือ การตักบาตร รองลงมาคือ การฟังเทศน์ กิจกรรมส่งเสริมจริยธรรมในโรงเรียนที่พระสงฆ์ ให้การชักชวนแก่สมาชิก ส่วนมากคือ พิธีพุทธมามกะ รองลงมาคือ การบรรพชาสามเณร ภาคฤดูร้อน วิธีการที่พระสงฆ์ใช้ในการชักชวนสมาชิกในชุมชนเข้าร่วมกิจกรรมมากที่ สุดคือ การบอกกล่าวแก่สมาชิกในชุมชนที่วัด เมื่อสมาชิกในชุมชนมาประกอบกิจกรรม ทางศาสนาที่วัด
ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพิ่มเติมของพระสงฆ์
1. ด้านการสั่งสอนอบรมเกี่ยวกับจริยธรรม พระสงฆ์ส่วนมากมีความคิดเห็นว่าควรมี บทบาทในการสอนมากกว่าที่เป็นอยู่ และควรจัดให้เข้าสอนอย่างน้อยเดือนละครั้งหรือ ทุก ๆ วันพระ ให้พระเป็นครูประจำที่โรงเรียนและอบรมธรรมะหน้าเสาธง และปรับปรุง วิธีสอนให้เข้าใจโดยการใช้สื่อการสอน
2. ด้านการสนับสนุนกิจกรรมด้านจริยธรรม พระสงฆ์ส่วนมากมีความคิดเห็นว่าทาง โรงเรียนควรให้การสนับสนุนในด้านทุนทรัพย์ วัสดุ อุปกรณ์ สถานที่ และโอกาสให้ พระได้เข้าร่วมกิจกรรมภาคปฏิบัติ และจัดทำเป็นโครงการอบรมจริยธรรมแก่นักเรียน อย่างจริงจัง และให้พระจากวัดต่าง ๆ ร่วมกิจกรรมให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
3. ด้านการให้คำแนะนำด้านจริยธรรม พระสงฆ์ส่วนมากมีความคิดเห็นว่าควรให้คำแนะ นำทั้งในส่วนที่เป็นรูปธรรม และนามธรรมให้เหมาะสมกับวัยวางพื้นฐานในด้าน จริยธรรมให้กับเด็กอย่างเหมาะสม และกระทำอย่างต่อเนื่องจริงจังและต้องการให้ครู ผู้ บริหาร หรือนักเรียนผู้ใหญ่ให้ความสำคัญกับพระสงฆ์ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ในการให้คำแนะนำต่าง ๆ
4. การเป็นสื่อกลางระหว่างโรงเรียนกับชุมชน พระสงฆ์ส่วนมากมีความคิดเห็นว่า ควร จัดกิจกรรม ประจำปีหรือมีการประชาสัมพันธ์ จัดประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่ชักชวนบุคคล ต่าง ๆ ให้เข้าร่วมกิจกรรม และควรเปิดโอกาสให้พระเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม ต่าง ๆ ให้มากขึ้น
5. ต้องการได้รับการสนับสนุนในเรื่องต่าง ๆ ทางราชการและจากพระผู้ใหญ่ที่มีหน้าที่ เกี่ยวข้องด้วย นอกจากนี้พระสงฆ์อยากมีส่วนร่วมในการจัดทำหลักสูตรด้วย
ข้อเสนอแนะ(suggestion) 1. จากสภาพปัจจุบันสังคมมีปัญหาต่าง ๆ ทางด้านจริยธรรมมากมายเป็นเหตุให้สังคม โดยทั่วไปต่างเรียกร้องให้สถาบันศาสนาคือ พระสงฆ์ กลับมาทำหน้าที่ในด้านการศึกษา โดยเฉพาะในส่วนของการพัฒนาจริยธรรม ประกอบกับปัจจุบันพระสงฆ์ส่วนใหญ่มี ความต้องการกลับมาทำหน้าที่อย่างจริงจัง จึงสมควรที่สถาบันทางการศึกษาคือ โรงเรียน จะให้การสนับสนุนให้พระสงฆ์ได้มีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมในการเรียนการสอน จริยศึกษาในโรงเรียนอย่างจริงจังและมีระบบระเบียบมากขึ้น
2. ผู้บริหารการศึกษา ควรให้ความสำคัญในเรื่องการพัฒนาจริยธรรมแก่นักเรียนอย่างจริง จัง มิใช่มองว่าเป็นหน้าที่ของครูผู้สอนเพียงอย่างเดียว ควรจะเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ รับความรู้และประสบการณ์ต่าง ๆ ทางด้านจริยธรรมอย่างกว้างขวางทั้งทางตรงและทาง อ้อม พร้อมทั้งให้การสนับสนุนและส่งเสริมให้นักเรียนได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ทางจริยธรรมด้วย
3. ครูผู้สอนจริยศึกษาควรเปิดใจให้กว้าง ยอมรับในความสามารถของพระสงฆ์ใน ปัจจุบันว่ามีความรู้ความสามารถเพียงพอที่จะให้การสั่งสอนอบรมและให้คำแนะนำต่าง ๆ ทางด้านจริยธรรมแก่คณะครูและนักเรียนได้
4. พระสงฆ์ควรจะปรับปรุงบทบาทของตน ในเรื่องของการเป็นแบบอย่างที่ดีทางด้าน จริยธรรม ให้สมาชิกในสังคมเกิดการยอมรับและเลื่อมใส ซึ่งจะทำให้การสั่งสอนอบรม ของพระสงฆ์มีประสิทธิภาพและประสบผลสำเร็จยิ่งขึ้น
ปี 2533
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved