ผลงานวิจัย

นายกรชกร ชวติ - thaied

Current Record: นายกรชกร ชวติ

นายกรชกร ชวติ

1. ผู้ปกครองนักเรียนจำแนกตามระดับการศึกษา การประกอบอาชีพ และขนาดโรงเรียน มีความพึงพอใจต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ตั้งอยู่นอกเขตเทศบาล โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับ ปานกลาง โดยเรียงค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ดังนี้ ด้านบริการ ด้านปกครองนักเรียน ด้านวิชาการ ด้านความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน และด้านอาคารสถานที่และสภาพแวดล้อม
2. ผู้ปกครองนักเรียนที่มีระดับการศึกษาแตกต่างกันมีความพึงพอใจต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ตั้งอยู่นอกเขตเทศบาล โดยรวมและเป็นรายด้าน ไม่แตกต่างกัน
3. ผู้ปกครองนักเรียนที่ประกอบอาชีพแตกต่างกัน มีความพึงพอใจต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ตั้งอยู่นอกเขตเทศบาล โดยรวมและเป็นรายด้าน 4 ด้าน คือ ด้านวิชาการ ด้านปกครองนักเรียน ด้านอาคารสาถานที่ และสภาพแวดล้อมและด้านความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน ไม่แตกต่างกัน แต่ผู้ปกครองนักเรียนที่ประกอบอาชีพอิสระ มีความพึงพอใจต่อการจัดการศึกษาด้านบริการ มากกว่ากลุ่มที่ประกอบอาชีพรับราชการหรือรัฐวิสาหกิจ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
4. ผู้ปกครองนักเรียนที่มีนักเรียนในโรงเรียนขนาดแตกต่างกันมีความพึงพอใจต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ตั้งอยู่นอกเขตเทศบาล โดยรวมและรายด้าน ไม่แตกต่างกัน

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 1532
ชื่อผลงานวิจัย ความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ตั้งอยู่นอกเขตเทศบาล
หัวข้อ(Eng) Students’ Parents’ Satisfaction with Educational Management by Secondary School under the General Education Department in Kalasin Province Which were Located Outside Municipal Areas
คำสำคัญ(keyword) ความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียน การจัดการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษา ปี2544

ชื่อผู้วิจัย นายกรชกร ชวติ
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Mr.Karachakorn Chawati
ตำแหน่ง อาจารย์ 1 ระดับ 4
การศึกษา ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการวิจัยการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
สถานที่ติดต่อ
(ที่ทำงาน) โรงเรียนโนนศิลาพิทยาคม ต.โนนศิลา อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ 46140

(ที่บ้าน) บ้านเลขที่ 20 หมู่ 3 บ้านบึงบาดาล ต.แซงบาดาล อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ 46150
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) ทำวิจัยเสร็จ ปี2544
ประเภท วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยสารคาม

สถานที่จัดเก็บผลงาน ห้องสมุดคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จ. มหาสารคาม
ประวัติความเป็นมา(history) โรงเรียนเป็นสถานศึกษาที่ผู้ปกครองตั้งความหวังไว้อย่างสูง เพื่อเป็นที่ประสิทธิ์ประสาทความรู้ อบรมบ่มนิสัยลูกหลานให้มีคุณธรรมจริยธรรมดี เป็นสมาชิกที่ดีของสังคม ตั้งแต่ครอบครัวจนถึงประเทศชาติ แต่ในปัจจุบันนี้ผู้ปกครองต่างไม่แน่ใจในคุณภาพของโรงเรียนแต่ละโรงเรียนว่ามีความเป็นมาตรฐานเท่าเทียมกันเพียงใด ถึงแม้กระทรวงศึกษาธิการและกรมสามัญศึกษาต่างประชาสัมพันธ์กันมาตลอดว่าโรงเรียนทุกโรงเรียนมีมาตรฐานเท่าเทียมกันในด้านองค์ประกอบทั้งอาคารเรียน อาคารประกอบการ วัสดุอุปกรณ์ สื่อการสอน แม้แต่ครูส่วนมาก็จบมาจากสถาบันเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีโครงกาต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย เพื่อยกระดับคุณภาพโรงเรียนให้เท่าเทียมกัน เริ่มจากการตั้งโรงเรียนเป็นกลุ่ม การจัดโครงการโรงเรียนพี่โรงเรียนน้อง มาจนถึงปัจจุบันนี้ได้จัดตั้งเป็นสหวิทยาเขต ทั้งยังให้มีการประเมินมาตรฐานโรงเรียน การมอบเกียรติบัตรแก่โรงเรียนที่ผ่านการประเมินมาตรฐานดีเด่น ตั้งแต่ขนาดใหญ่จนถึงขนาดเล็กเพื่อให้ผู้บริหาร ครูตื่นตัวในการพัฒนาโรงเรียนไปสู่ความเป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งบางโรงเรียนก็ได้รับรางวัลซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ผู้ปกครองก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงความตั้งใจจากโรงเรียนเดิมสักที พ่อแม่บางคนปลูกฝังลูกตั้งแต่ยังเล็กให้ยึดมั่นกับโรงเรียนที่ตนปรารถนาและที่เป็นเช่นนี้ เกิดจากความเป็นมาตรฐานของโรงเรียนหรือความนิยมของผู้ปกครอง แต่คงไม่ได้อยู่ที่โรงเรียนมีอาคารใหญ่โต สวยงาม มีวัสดุอุปกรณ์ดีเยี่ยมหรือครูสอนเก่งเพียงเท่านั้น แต่สิ่งที่พ่อแม่หรือผู้ปกครองปรารถนาอย่างแรงกล้าคือคุณภาพของนักเรียนที่จบการศึกษามาเป็นสิ่งสำคัญ (สมชาย เทพแสง. 2542 : 21) ดังนั้นโรงเรียนทุกโรงเรียนจึงต้องพยามยามสร้างความเป็นมาตรฐานของโรงเรียนให้เป็นที่ยอมรับแก่ผู้ปกครอง ชุมชนและสังคมโดยหันมาเน้นการพัฒนาคุณภาพของนักเรียน เพราะหัวใจของการศึกษาก็คือ นักเรียนนั่นเอง
จากการประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบการศึกษาขึ้นอย่างมากมายหลายประการ โดยเฉพาะการประกันคุณภาพการศึกษา ซึ่งทุกโรงเรียนจะต้องเร่งพัฒนาจัดกระบวนการเรียนการสอนให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานอย่างมีคุณภาพทั้งมาตรฐานคุณภาพของนักเรียนและคุณภาพกระบวนการจัดการศึกษาของโรงเรียนและที่สำคัญก็คือจะทำอย่างไรจึงจะให้โรงเรียนเป็นที่พึงพอใจของผู้ปกครองและชุมชน (มานพ ช่องตะคุ. 2543 : 4-5) ดังนั้นผู้วิจัยจึงสนใจที่จะศึกษาระดับความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ตั้งอยู่นอกเขตเทศบาล ทั้งนี้เพื่อโรงเรียนที่ตั้งอยู่นอกเขตเทศบาล จะได้ใช้ผลการวิจัยเป็นแนวทางในการปรับปรุงการจัดการศึกษาของโรงเรียนให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ปกครอง ชุมชนและการเปลี่ยนแปลงสังคม รวมทั้งการวางแผนพัฒนาคุณภาพโรงเรียน ให้มีมาตรฐานการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ในส่วนของโรงเรียนเองก็จะได้ประโยชน์ในแง่ที่จะประสานความเข้าใจอันดีระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครองนักเรียนและชุมชนให้มากขึ้น ทั้งนี้เพื่อความเจริญงอกงามและคุณภาพชีวิตของเยาวชนที่อยู่ในความรับผิดชอบของโรเงรียนเป็นสำคัญ

แนวคิด(concept) 1. ความหมายของความพึงพอใจ

2. ทฤษฎีสำหรับการสร้างความพึงพอใจ

3. ความเป็นมาของการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาในประเทศไทย

4. ความสำคัญของการจัดการศึกษาในระดับมัธยมศึกษา

5. บทบาทและหน้าที่ของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา

6. การจัดการศึกษาในโรงเรียนมัธยมศึกษา

6.1 การบริหารทั่วไป

6.2 งานธุรการ

6.3 งานวิชาการ

6.4 งานปกครองนักเรียน

6.5 งานบริการ

6.6 โรงเรียนกับชุมชน

6.7 การบริหารอาคาร สถานที่

7. การสัมภาษณ์

วัตถุประสงค์(objective) 1. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียน ที่มีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ตั้งอยู่นอกเขตเทศบาล จำแนกตามระดับการศึกษา การประกอบอาชีพ และขนาดของโรงเรียน
2. เพื่อเปรียบเทียบความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ตั้งอยู่นอกเขตเทศบาล จำแนกตามระดับการศึกษา การประกอบอาชีพ และขนาดของโรงเรียน
สมมุติฐาน(assumption) 1. ผู้ปกครองนักเรียนที่มีระดับการศึกษาแตกต่างกัน มีความพึงพอใจต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ตั้งอยู่นอกเขตเทศบาลแตกต่างกัน
2. ผู้ปกครองนักเรียนที่มีการประกอบอาชีพแตกต่างกัน มีความพึงพอใจต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ตั้งอยู่นอกเขตเทศบาล แตกต่างกัน
3. ผู้ปกครองนักเรียนที่มีนักเรียนในโรงเรียนขนาดแตกต่างกัน มีความพึงพอใจต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ตั้งอยู่นอกเขตเทศบาล แตกต่างกัน
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) การวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research)
กลุ่มตัวอย่าง(sample) ประชากร ได้แก่ ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ตั้งอยู่นอกเขตเทศบาล ปีการศึกษา 2543 จำนวน 45 โรง จำนวน 20,363 คน โดยถือว่านักเรียนแต่ละคนมีผู้ปกครอง 1 คน
กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ตั้งอยู่นอกเขตเทศบาล ปีการศึกษา 2543 กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้สูตรที่ทราบจำนวนประชากร (บุญชม ศรีสะอาด. 2535 : 39) จำนวน 318 คน โดยวิธีการสุ่มหลายขั้นตอน (Multi – Stage Sampling)
ตัวแปร(variable) ตัวแปรอิสระ
1. ระดับการศึกษาของผู้ปกครอง แบ่งออกเป็น
1.1 ประถมศึกษา
1.2 มัธยมศึกษา
1.3 อุดมศึกษา
2. อาชีพของผู้ปกครอง แบ่งออกเป็น
2.1 อาชีพรับราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ
2.2 อาชีพเกษตรกรรม
2.3 อาชีพอิสระ
3. ขนาดของโรงเรียนมัธยมศึกษา แบ่งออกเป็น
3.1 โรงเรียนขนาดเล็ก
3.2 โรงเรียนขนาดกลาง
ตัวแปรตาม ได้แก่ ความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ตั้งอยู่นอกเขตเทศบาล ซึ่งผู้วิจัยจำแนกเป็น 5 ด้าน โดยยึดตามเกณฑ์มาตรฐานโรงเรียนมัธยมศึกษาของกรมสามัญศึกษาเป็นหลักไว้และผู้วิจัยได้ปรับเป็นด้าน ดังนี้ (กรมสามัญศึกษา. 2540 : 2)
1. ด้านวิชาการ
2. ด้านปกครองนักเรียน
3. ด้านบริการ
4. ด้านอาคารสถานที่และสภาพแวดล้อม
5. ด้านความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน
คำนิยาม(defination) การจัดการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษา หมายถึง การดำเนินภารกิจของโรงเรียนมัธยมศึกษา เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เป็นผู้ที่มีความสมบูรณ์ ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิตและสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยจะศึกษาความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษา ที่ตั้งอยู่นอกเขตเทศบาล ใน 5 ด้าน (กรมสามัญศึกษา. 2540 : 2-10)
1. ด้านวิชาการ หมายถึง การดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนตลอดจนการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่โรงเรียนจัดขึ้น และส่งเสริมความสามารถของนักเรียน เพื่อให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ทั้งด้านอารมณ์ สังคม สติปัญญา อย่างมีคุณภาพ และสามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
2. ด้านปกครองนักเรียน หมายถึง การดำเนินการต่าง ๆ เกี่ยวกับความประพฤติระเบียบวินัยของนักเรียน เพื่อให้นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรม มีความประพฤติดีอยู่ในระเบียบวินัยของโรงเรียนและสามารถควบคุมตนเองได้
3. ด้านบริการ หมายถึง การดำเนินการต่าง ๆ ที่เป็นการบริการและสวัสดิการแก่นักเรียน และผู้ปกครอง ทั้งนี้เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกหรือเป็นการบริการที่ส่งเสริมงานด้านวิชาการให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ
4. ด้านอาคารสถานที่และสภาพแวดล้อม หมายถึง อาคารเรียน ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ ห้องสมุด ห้องน้ำ ห้องพักครู รวมทั้งสภาพแวดล้อมที่เป็นที่พักผ่อน สถานที่ เล่นกีฬา สุขลักษณะของสภาพแวดล้อม ที่จอดรถ และสาธารณูปโภคต่าง ๆ ทั้งที่เป็นบริการภายในโรงเรียน และความสะดวกปลอดภัยรอบ ๆ โรงเรียน
5. ด้านความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน หมายถึง การดำเนินการระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครองนักเรียนและชุมชน ในการให้ข้อมูลและรับข้อมูล การรับฟังความคิดเห็น การให้ข้อเสนอแนะ และการให้ความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจอันดีต่อกัน และเพื่อความร่วมมือในการพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียน และการจัดการศึกษาของโรงเรียน
ความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียน หมายถึง ความรู้สึกดี ความรู้สึกชอบ และเป็นความประสงค์ที่ได้รับการตอบสนอง ในการจัดการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ตั้งอยู่นอกเขตเทศบาล ใน 5 ด้าน คือ ด้านวิชาการ ด้านปกครองนักเรียน ด้านบริการ ด้านอาคารสถานที่และสภาพแวดล้อม และด้านความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน ซึ่งสามารถวัดหรือประเมินได้จากผู้ปกครองนักเรียน โดยผู้วิจัยออกไปสัมภาษณ์ถึงความพึงพอใจในการจัดการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ตั้งอยู่นอกเขตเทศบาล
เครื่องมือ(tool) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง (Structured Interview) ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น มีทั้งหมด 2 ตอน ดังนี้
ตอนที่ 1 เป็นแบบสัมภาษณ์สถานภาพทั่วไป และการมีส่วนร่วมกิจกรรมของกลุ่มตัวอย่าง อันประกอบด้วยระดับการศึกษา และการประกอบอาชีพ ลักษณะของคำถามเป็นแบบปลายเปิดโดยผู้วิจัยได้กำหนดตัวเลือกไว้ เมื่อกลุ่มตัวอย่างตอบตรงกับตัวเลือกใด ผู้วิจัยจะลงรหัสในตัวเลือกนั้น
ตอนที่ 2 เป็นแบบสัมภาษณ์เกี่ยวกับความพึงพอใจของผู้ปกครอง ที่มีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษา 5 ด้าน แบบสัมภาษณ์เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 3 ระดับ จำนวน 57 ข้อ
การหาประสิทธิภาพของเครื่องมือ นำแบบสัมภาษณ์ที่สร้างขึ้นให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความเที่ยงตรงตามเนื้อหาและความสมบูรณ์ของข้อคำถาม ปรับปรุงแก้ไขแล้วนำไปทดลองใช้ วิเคราะห์หาค่าความเชื่อมั่นของแบบสัมภาษณ์ โดยหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค ได้ค่าความเชื่อมั่นของแบบสัมภาษณ์ในด้านวิชาการเท่ากับ .787 ด้านปกครองนักเรียนเท่ากับ .775 ด้านบริการเท่ากับ .790 ด้านอาคารสถานที่และสภาพแวดล้อมเท่ากับ .801 และด้านความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชนเท่ากับ .804 และค่าความเชื่อมั่นของแบบสัมภาษณ์รวมทั้งฉบับเท่ากับ 0.840
การรวบรวมข้อมูล(gathering) 1. ขอหนังสือจากคณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เพื่อขอความอนุเคราะห์ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อขอหนังสือแนะนำตัวผู้วิจัยและขออนุญาตในการขอความร่วมมือจากผู้ปกครองนักเรียน ที่เป็นกลุ่มตัวอย่างในการให้ข้อมูลครั้งนี้
2. ผู้วิจัยออกไปสัมภาษณ์ด้วยตนเอง ได้ข้อมูลจากผู้ให้สัมภาษณ์ทั้งหมดจำนวน 318 คน คิดเป็นร้อยละ 100
การวิเคราะห์(analysis) ผู้วิจัยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS/PC+ ทำการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้
1. หาร้อยละ สำหรับข้อมูลทั่วไปของกลุ่มตัวอย่างจากแบบสัมภาษณ์ในตอนที่ 1
2. หาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของแบบสัมภาษณ์ในตอนที่ 2
3. ทดสอบหาความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยความพึงพอใจผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษา จำแนกตามระดับการศึกษาของผู้ปกครองนักเรียน การประกอบอาชีพของผู้ปกครองนักเรียน และมีนักเรียนในโรงเรียนขนาดต่างกัน โดยใช้วิธีการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA) ในกรณีที่ พบว่า มีความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยระหว่างกลุ่มอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผู้วิจัยได้ทำการทดสอบเปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยรายคู่โดยใช้วิธีของเซฟเฟ (Scheffe/)
ข้อสรุป(summary) 1. ผู้ปกครองนักเรียนจำแนกตามระดับการศึกษา การประกอบอาชีพ และขนาดโรงเรียน มีความพึงพอใจต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ตั้งอยู่นอกเขตเทศบาล โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับ ปานกลาง โดยเรียงค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ดังนี้ ด้านบริการ ด้านปกครองนักเรียน ด้านวิชาการ ด้านความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน และด้านอาคารสถานที่และสภาพแวดล้อม
2. ผู้ปกครองนักเรียนที่มีระดับการศึกษาแตกต่างกันมีความพึงพอใจต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ตั้งอยู่นอกเขตเทศบาล โดยรวมและเป็นรายด้าน ไม่แตกต่างกัน
3. ผู้ปกครองนักเรียนที่ประกอบอาชีพแตกต่างกัน มีความพึงพอใจต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ตั้งอยู่นอกเขตเทศบาล โดยรวมและเป็นรายด้าน 4 ด้าน คือ ด้านวิชาการ ด้านปกครองนักเรียน ด้านอาคารสาถานที่ และสภาพแวดล้อมและด้านความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน ไม่แตกต่างกัน แต่ผู้ปกครองนักเรียนที่ประกอบอาชีพอิสระ มีความพึงพอใจต่อการจัดการศึกษาด้านบริการ มากกว่ากลุ่มที่ประกอบอาชีพรับราชการหรือรัฐวิสาหกิจ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
4. ผู้ปกครองนักเรียนที่มีนักเรียนในโรงเรียนขนาดแตกต่างกันมีความพึงพอใจต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ตั้งอยู่นอกเขตเทศบาล โดยรวมและรายด้าน ไม่แตกต่างกัน
ข้อเสนอแนะ(suggestion) ข้อเสนอแนะเพื่อการนำไปใช้
1. ผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาควรปรับปุงการจัดการศึกษาของโรงเรียนในทุกด้านโดยเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ทำให้โรงเรียนจิ๋วแต่แจ๋ว คือต้องพัฒนาคุณภาพของโรงเรียนให้มีมาตรฐาน โรงเรียนจะต้องมีการกระจายงานกระจายอำนาจ (Decentralization) โดยพยายามให้การปฏิบัติลงสู่นักเรียนให้มากที่สุด โรงเรียนต้องเน้นระบบในการทำงาน (System approach) โดยคำนึงถึงทัศนคติ ค่านิยม ความเชื่อและภูมิหลังของบุคลากรด้วย ในการทำงานในหน่วยงานต้องยึดการทำงานแบบมีส่วนร่วม (Participation) เน้นระบบทีมงาน ทำงานเป็นกลุ่ม ยึดระบบคุณธรรม ความถูกต้อง ความชัดเจนและความโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้และเปิดโอกาสให้ชุมชน องค์กรส่วนท้องถิ่น องค์กรชุมชน เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงาน โรงเรียนต้องมีเอกภาพในการบริหาร มีเป้าหมายชัดเจนและดำเนินงานไปสู่เป้าหมายให้ได้ มีระบบการประกันคุณภาพที่เป็นมาตรฐานอย่างชัดเจน
2. การจัดการศึกษาด้านวิชาการ ครูผู้สอนควรพัฒนากระบวนการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยยึดนักเรียนเป็นสำคัญในการพัฒนาความรู้ ความสามารถ ทัศนคติ คุณธรรม จริยธรรมตลอดจนค่านิยมที่ต้องการปลูกฝัง
3. ด้านปกครองนักเรียน โรงเรียนควรสอดส่องดูแลและติดตามนักเรียนอย่างใกล้ชิดและจริงจัง แต่ทั้งนี้โรงเรียนจะต้องพยายามปลูกฝังและยกระดับคุณภาพชีวิตของครูให้สูงขึ้นโดยสร้างขวัญกำลังใจแก่ครูที่ทำหน้าที่ครูที่ปรึกษาดีเด่น เพื่อให้ครูทุ่มเทเวลาเสียสละเพื่อนักเรียน ซึ่งครูที่ปรึกษาจะต้องรู้จักนักเรียนในที่ปรึกษาทุกคน รู้จักแม้กระทั่งนิสัยใจคอ ความถนัด ความสนใจ เพราะถ้ามีสิ่งใดขาดตกบกพร่องจะได้เติมเต็มตลอดจนคอยประสานกับผู้ปกครองนักเรียนเพื่อดูแลพฤติกรรมของนักเรียนในทางที่ถูกต้องเหมาะสม
4. ด้านบริการ โรงเรียนควรดูแลในเรื่องความสะอาดของน้ำดื่มนักเรียน และจัดหาให้เพียงพอกับนักเรียน ส่วนในเรื่องการจัดหาทุนการศึกษาให้กับนักเรียนที่ยากจน โรงเรียนต้องติดต่ประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อจะได้ทุนมา และโรงเรียนจะต้องช่วยเหลือและดูแลเอาใจใส่นักเรียนที่ยากจนจริงให้ทั่วถึงทุกคนด้วย สำหรับการจัดรถรับ-ส่งนักเรียน โรงเรียนจะต้องจัดให้ทั่วถึงทุกหมู่บ้านที่มีนักเรียนและโรงเรียนจะต้องจัดหารถที่มีสภาพดีและควรคำนึงถึงความปลอดภัยของนักเรียนเป็นหลัก
5. ด้านอาคารสถานที่และสภาพแวดล้อม โรงเรียนควรเอาใจใส่ในการสำรวจตรวจสอบสภาพของอาคารเรียน อาคารประกอบการ อยู่เสมอและเร่งซ่อมแซมอุปกรณ์ที่ชำรุด ดูแลเรื่องความสะอาดห้องน้ำนักเรียนทั้งของนักเรียนหญิงและนักเรียนชาย ให้มีความสะอาดเท่าเทียมกับห้องน้ำของครู โรงเรียนควรจัดทำถนนภายในบริเวณโรงเรียนให้เป็นถนนคอนกรีต เนื่องจากในช่วงฤดูฝนทำให้มีความยากลำบากในการสัญจรไปมา ระหว่างอาคารเรียนต่าง ๆ จัดบรรยากาศรอบ ๆ ให้เหมาะสมแก่การเรียนรู้
6. ด้านความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน โรงเรียนควรเชิญผู้ปกครองนักเรียนและชุมชนมาร่วมกิจกรรมของโรงเรียนให้มากขึ้นเพื่อจะได้แสดงความคิดเห็น และมีส่วนร่วมกับโรงเรียนให้มากขึ้น ผู้บริหารและครูที่ปรึกษาควรออกเยี่ยมเยียนนักเรียนและพบผู้ปกครองนักเรียนบ่อย ๆ ขึ้น เพื่อจะได้ช่วยกันดูแลความประพฤติของนักเรียนและทราบความคิดเห็นของผู้ปกครองว่าปัจจุบันโรงเรียนจัดการศึกษาเป็นอย่างไรเพื่อจะได้นำมาปรับปรุงและพัฒนาต่อไป
ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัย
1. ควรศึกษาความต้องการของผู้ปกครองนักเรียนในการเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษาทั้งจังหวัด
2. ควรศึกษาความพึงพอใจของผู้บริหารโรงเรียน ครูและนักเรียน ต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษา เพื่อให้เห็นภาพรวมของการจัดการศึกษาในระดับนี้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ปี 2544
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved