ผลงานวิจัย

อรพิน วงษ์เสน - thaied

Current Record: อรพิน วงษ์เสน

อรพิน วงษ์เสน

1 นักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงมักเป็นนักเรียนที่มีความขยัน ตั้งใจเรียน รู้จักใช้เวลาในการเรียนรู้จักเลือกวิธีการเรียนและวิธีการทำงานที่เหมาะสม และมีระดับสติปัญญาสูง
2 นักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำมักเป็นนักเรียนที่ไม่มีความขยัน ไม่ตั้งใจเรียนแต่คิดว่าตนเองมีความสามารถที่จะเรียนได้ และมีระดับสติปัญญาค่อนข้างต่ำ
3 นักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำแต่มีระดับสติปัญญาค่อนข้างสูง เนื่องมาจากมีพฤติกรรมการเรียนที่ไม่เหมาะสม ขาดสมาธิในการเรียน ขาดการวางแผนทำงานที่ดี และไม่รู้จักใช้เวลาในการเรียนถูกต้อง
4 นักเรียนสามารถมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงได้ถึงแม้ว่ามีระดับสติปัญญาในระดับปกติถ้าเป็นคนที่มีความขยัน ตั้งใจเรียน รู้จักใช้เวลาในการเรียน รู้จักเลือกวิธีการเรียนและวิธีการทำงานที่เหมาะสม
5 นักเรียนที่มีระดับสติปัญญาอยู่ในเกณฑ์ปกติค่อนข้างต่ำ แต่ที่มีพฤติกรรมการเรียนทั้งในและนอกห้องเรียนเหมือนกับกลุ่มเก่ง แต่ยังมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอยู่ในกลุ่มอ่อน อาจเนื่องมาจากได้รับการต้องช่วยผู้ปกครองในการทำงานหลายอย่าง ทำให้การจัดแบ่งเวลาที่ใช้ในการเรียนและมีวิธีการเรียนที่ไม่เหมาะสม
6 นักเรียนที่มีอัตมโนทัศน์ต่อตนเองในทางบวก และมีทัศนคติต่อการเรียนวิทยาศาสตร์ที่ดีเท่านั้นอาจไม่เพียงพอที่จะให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
7 ครูวิทยาศาสตร์ที่มีวิธีการสอนที่ดี จะทำให้นักเรียนเกิดทัศนคติที่ดีต่อการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์
8 ลักษณะของการเป็นผู้นำ ขึ้นกับการอบรมเลี้ยงดูของบิดามารดา
9 นักเรียนทั้งกลุ่มเก่งและกลุ่มอ่อนจะคบเพื่อนที่มีลักษณะนิสัยใกล้เคียงกัน

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 113
ชื่อผลงานวิจัย การศึกษาพฤติกรรมการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ของเด็กเก่งและเด็กอ่อน
หัวข้อ(Eng) A STUDY OF THE STUDYING BEHAVIOR OF HIGH AND LOW PERFORMANCES IN SCIENCE SUBJECT


คำสำคัญ(keyword) พฤติกรรมการเรียนวิทยาศาสตร์ การวิจัยปฏิบัติการ









ชื่อผู้วิจัย อรพิน วงษ์เสน
ชื่อผู้วิจัย(Eng) MISS ORAPIN WONGSAN
สถานที่ติดต่อ โรงเรียนชุมชนดงม่วงไข่ อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) ปีที่ทำการวิจัยเสร็จ 2542
ประเภท วิทยานิพนธ์
สถานที่จัดเก็บผลงาน ภาควิชาจิตวิทยาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ห้องสมุด คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น สำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ประวัติความเป็นมา(history) สิ่งที่นักการศึกษาให้ความสนใจในการจัดการเรียนการสอนคือผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนพฤติกรรมการเรียนการสอนเป็นปัจจัยที่สำคัญอันหนึ่ง ที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ (2540) ได้กล่าวว่า นักเรียนไทยมีสัมฤทธิ์ผลการเรียนคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ต่ำกว่าร้อยละ 50 และมีแนวโน้มที่ลดลงอีก โดยเฉพาะในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่กระบวนการเรียนการสอนมุ่งเน้นการเรียน โดยวิธีท่องจำเพื่อสอบมากกว่ามุ่งให้นักเรียนคิดวิเคราะห์เสาะแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเอง ทำให้เด็กไทยจำนวนมากคิดไม่เป็น ไม่ชอบอ่านหนังสือไม่รู้วิธีการเรียนรู้ Maddox (1963) กล่าวว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถของบุคคล และ การทำงานอย่างจริงจังเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการเรียนที่มีประสิทธิภาพด้วย นักเรียนที่ดีไม่จำเป็นต้องเป็นบุคคลที่มีสติปัญญา(IQ) อยู่ในระดับที่เฉลียวฉลาดมาก แต่ต้องเป็นคนที่รู้จักใช้เวลารู้จักเลือกพฤติกรรมการเรียน และ วิธีการทำงานให้ได้ผลดีและมีประสิทธิภาพ

ดังนั้นพฤติกรรมการเรียนของนักเรียน จึงมีบทบาทสำคัญและสัมพันธ์กับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นอย่างมาก เพราะพฤติกรรมทางการเรียนที่ดีจะช่วยให้นักเรียนมีผลการเรียนดีขึ้น พฤติกรรมทางการเรียนเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงและแก้ไขปรับปรุงได้ ผู้วิจัยจึ่งมีความสนใจที่จะศึกษาความแตกต่างของพฤติกรรมการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ ระหว่างเด็กเก่งและเด็กอ่อนในโรงเรียนที่ผู้วิจัยทำการสอนอยู่ โดยใช้วิธีการศึกษารายกรณี
วัตถุประสงค์(objective) 1 เพื่อศึกษาพฤติกรรมการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ของเด็กเก่งและเด็กอ่อน
2 เพื่อศึกษาปัจจัยที่ช่วยอธิบายพฤติกรรมการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ของเด็กเก่งและเด็กอ่อน
กลุ่มตัวอย่าง(sample) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา2541ประกอบด้วยเด็กเก่งจำนวน 3 คนและเด็กอ่อนจำนวน 3 คน
การรวบรวมข้อมูล(gathering) ผู้วิจัยเก็บข้อมูลจากตัวนักเรียน ครูวิทยาศาสตร์ พ่อแม่หรือผู้ปกครอง และเพื่อนร่วมห้องเรียนด้วยวิธีการสังเกต พฤติกรรมการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ทั้งในและนอกห้องเรียน การสังเกตพฤติกรรมการสอนของครูในห้องเรียน การสัมภาษณ์ การใช้แบบสอบถามและแบบทดสอบมาตรฐาน การรวบรวมเอกสารต่าง ๆ โดยมีระยะเวลาในการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดประมาณ 4 เดือน ทำการตรวจสอบความตรงของข้อมูลโดยใช้วิธีเทคนิคการตรวจTriangulation และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการตีความและสร้างข้อสรุป
การวิเคราะห์(analysis) การวิเคราะห์ข้อมูลแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยการนำข้อมูลมาวิเคราะห์ ตีความ สรุป และ ตรวจสอบความเที่ยงตรง แล้วรายงานผลในลักษณะการบรรยาย ส่วนการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ โดยใช้ค่าความถี่ ร้อยละ และค่าเฉลี่ย
ข้อสรุป(summary) 1 นักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงมักเป็นนักเรียนที่มีความขยัน ตั้งใจเรียน รู้จักใช้เวลาในการเรียนรู้จักเลือกวิธีการเรียนและวิธีการทำงานที่เหมาะสม และมีระดับสติปัญญาสูง
2 นักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำมักเป็นนักเรียนที่ไม่มีความขยัน ไม่ตั้งใจเรียนแต่คิดว่าตนเองมีความสามารถที่จะเรียนได้ และมีระดับสติปัญญาค่อนข้างต่ำ
3 นักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำแต่มีระดับสติปัญญาค่อนข้างสูง เนื่องมาจากมีพฤติกรรมการเรียนที่ไม่เหมาะสม ขาดสมาธิในการเรียน ขาดการวางแผนทำงานที่ดี และไม่รู้จักใช้เวลาในการเรียนถูกต้อง
4 นักเรียนสามารถมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงได้ถึงแม้ว่ามีระดับสติปัญญาในระดับปกติถ้าเป็นคนที่มีความขยัน ตั้งใจเรียน รู้จักใช้เวลาในการเรียน รู้จักเลือกวิธีการเรียนและวิธีการทำงานที่เหมาะสม
5 นักเรียนที่มีระดับสติปัญญาอยู่ในเกณฑ์ปกติค่อนข้างต่ำ แต่ที่มีพฤติกรรมการเรียนทั้งในและนอกห้องเรียนเหมือนกับกลุ่มเก่ง แต่ยังมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอยู่ในกลุ่มอ่อน อาจเนื่องมาจากได้รับการต้องช่วยผู้ปกครองในการทำงานหลายอย่าง ทำให้การจัดแบ่งเวลาที่ใช้ในการเรียนและมีวิธีการเรียนที่ไม่เหมาะสม
6 นักเรียนที่มีอัตมโนทัศน์ต่อตนเองในทางบวก และมีทัศนคติต่อการเรียนวิทยาศาสตร์ที่ดีเท่านั้นอาจไม่เพียงพอที่จะให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
7 ครูวิทยาศาสตร์ที่มีวิธีการสอนที่ดี จะทำให้นักเรียนเกิดทัศนคติที่ดีต่อการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์
8 ลักษณะของการเป็นผู้นำ ขึ้นกับการอบรมเลี้ยงดูของบิดามารดา
9 นักเรียนทั้งกลุ่มเก่งและกลุ่มอ่อนจะคบเพื่อนที่มีลักษณะนิสัยใกล้เคียงกัน
ข้อเสนอแนะ(suggestion) 1 การศึกษาในครั้งนี้ผู้วิจัยพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนขึ้นอยู่กับพฤติกรรม การเรียนทั้งในและนอกห้องเรียน และไม่ได้ขึ้นอยู่กับระดับสติปัญญา (I.Q) ทั้งหมด นักเรียนที่รู้จักเลือกวิธีการเรียน มีสมาธิในการตั้งใจเรียน รู้จักแบ่งเวลาที่ใช้ในการเรียนให้เหมาะสม ทัศนคติที่ดีต่อการเรียน มีการพัฒนาอัตมโนทัศน์ที่ดี รู้จักเลือกคบเพื่อนที่มีลักษณะที่ช่วยส่งเสริมทางด้านการเรียน ซึ่งทั้งครูและผู้ปกครองมีหน้าที่ที่จะช่วยส่งเสริมให้นักเรียนมีพฤติกรรมทางการเรียนที่ดีเพื่อช่วยให้นักเรียนแต่ละคนประสบความสำเร็จในการเรียนมากยิ่งขึ้น
2 ครูควรหาวิธีการและแนวทางเพื่อช่วยให้นักเรียนได้ใช้เวลาในการเรียนอย่างเหมาะสมและควรปลูกฝังให้นักเรียนมีความรับผิดชอบ และ วิธีการเรียนรู้ที่ถูกต้องให้นักเรียน โดยการจัดประสบการณ์สภาพแวดล้อมในห้องเรียนที่ช่วยเร้า ให้นักเรียนเกิดความสนุกสนานและเกิดความพอใจและควรมีการกระตุ้นให้เกิดความอยากรู้อยากเห็นและอยากเรียน เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนา อัตมโนทัศน์ทัศนคติที่ดีต่อการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ ฝึกให้นักเรียนกล้าแสดงความคิดเห็นฝึกให้นักเรียนตอบคำถามเป็นรายบุคคล จัดกิจกรรมที่มุ่งเน้นให้นักเรียน สืบเสาะหาความรู้และค้นคว้าหาเหตุผลด้วยตนเองมากยิ่งขึ้น โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ปฏิบัติการทดลอง และรับผิดชอบการทดลอง และอุปกรณ์การทดลองต่าง ๆ ด้วยตนเอง ฝึกให้ใช้เหตุผลวิจารณ์และแสดงความคิดเห็นตลอดจนสรุปผลการทดลองด้วยตนเอง
3 สำหรับผู้ปกครองควรทำหน้าที่ของบิดามารดาได้อย่างดีที่สุด เพื่อที่บุตรจะได้ตระหนักถึงหน้าที่ของตนเองและพยายามทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด โดยให้การอบรมเลี้ยงดูด้วยการให้ความรัก ความอบอุ่น ความห่วงใย ความเอาใจใส่ เปิดโอกาสให้บุตรได้มีอิสระตามวัย รับฟังความคิดเห็นและเหตุผลต่าง ๆ ของบุตรบ้างตามสมควร เอาใจใส่และสนใจติดตามเกี่ยวกับเรื่องการเรียนของบุตร ลงโทษบุตรด้วยเหตุผล ควรฝึกให้บุตรมีความรับผิดชอบโดยการแบ่งงานบ้านให้ช่วยทำ พอสมควรอย่าให้มากจนกระทบกระเทือนเวลาทำการบ้านและการทบทวนตำราเรียน ควรส่งเสริมให้โอกาสบุตรได้ตัดสินใจบางเรื่องด้วยตนเอง อย่างมีเหตุผล ควรจัดกิจกรรมในครอบครัวที่จูงใจให้นักเรียนสนใจแสวงหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์และไม่ควรมอบหมายงานอื่น ๆ มากจนบุตรไม่มีเวลาศึกษาเล่าเรียน
4 ในส่วนของโรงเรียนควรให้ความสำคัญต่อพฤติกรรมการเรียน และต้องช่วยสร้างลักษณะนิสัยการเรียนที่ดีให้เกิดแก่ตัวนักเรียนด้วยการจัดบริการแนะแนว โดยคำนึงถึงภูมิหลังของนักเรียน สถานภาพของนักเรียนพฤติกรรมการเรียนของนักเรียนแต่ละคน เพื่อปลูกฝังและส่งเสริมให้นักเรียนมีพฤติกรรมการเรียนที่ดีและฝึกให้นักเรียนมีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved