ผลงานวิจัย

นางจิราภรณ์ รตารุณ - thaied

Current Record: นางจิราภรณ์ รตารุณ

นางจิราภรณ์ รตารุณ

1) ผลการวิเคราะห์ระดับความพึงพอใจของผู้ปกครองต่องานกิจการนักเรียน โดยภาพรวม ผู้ปกครองมีความพึงพอใจต่องานกิจการนักเรียนทั้ง 6 ด้าน อยู่ในระดับมาก แต่เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านที่ผู้ปกครองมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากได้แก่ การบริการด้านน้ำดื่มและอาหาร การรักษาความปลอดภัยให้แก่นักเรียน การบริการด้านรถรับ/ส่งนักเรียน ส่วนด้านที่ผู้ปกครองมีความพึงพอใจอยู่ในระดับปานกลาง ได้แก่ การบริการสุขภาพอนามัย การบริการด้านแนะแนวผู้ปกครอง และการจัดกิจกรรมนักเรียน
2) ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบความพึงพอใจของผู้ปกครองต่องานกิจการนักเรียน จำแนก ตามประเภทโรงเรียน พบว่า
2.1) ประเภทโรงเรียนที่ผู้ปกครองมีความพึงพอใจในระดับมาก คือ โรงเรียนที่เปิด สอนอนุบาลและระดับมัธยมศึกษา โรงเรียนที่เปิดสอนระดับอนุบาลและระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา โรงเรียนที่เปิดสอนเฉพาะอนุบาล ส่วนประเภทโรงเรียนที่ผู้ปกครองมีความพึงพอใจในระดับปานกลาง คือ โรงเรียนที่เปิดสอนระดับอนุบาลและระดับประถมศึกษา
2.2) ผลการเปรียบเทียบความพึงพอใจของผู้ปกครองเป็นรายด้าน จำแนกตามประเภทโรงเรียน ปรากฏผล ดังนี้
2.2.1) ความพึงพอใจของผู้ปกครองต่องานกิจการนักเรียนจำแนกตามประเภทโรงเรียนโดยภาพรวม มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากทุกประเภทโรงเรียน ยกเว้นโรงเรียนที่เปิดสอนระดับอนุบาลและระดับประถมศึกษา มีความพอใจอยู่ในระดับปานกลาง
2.2.2) ความพึงพอใจของผู้ปกครองต่องานด้านสุขภาพอนามัย โรงเรียนที่ เปิดสอนระดับอนุบาลและระดับมัธยมศึกษามีความพึงพอใจอยู่ใน ระดับมาก ส่วนโรงเรียนประเภทอื่น ๆอยู่ในระดับปานกลาง
2.2.3) ความพึงพอใจของผู้ปกครองต่องานด้านน้ำดื่มและอาหาร พบว่า มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากทุกประเภท ยกเว้น โรงเรียนที่ เปิดสอนระดับอนุบาลและระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา มี ความพึงพอใจอยู่ในระดับปานกลาง
2.2.4) ความพึงพอใจของผู้ปกครองต่องานด้านการรักษาความปลอดภัยให้แก่ นักเรียน โรงเรียนที่เปิดสอนเฉพาะอนุบาล และ โรงเรียนที่เปิดสอน อนุบาลและระดับมัธยมศึกษา มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ส่วน โรงเรียนประเภทอื่น ๆอยู่ในระดับปานกลาง
2.2.5) ความพึงพอใจของผู้ปกครองต่องานด้านรถรับ/ส่งนักเรียน พบว่า โรง เรียนทุกประเภทมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก
2.2.6) ความพึงพอใจของผู้ปกครองต่องานด้านการแนะแนวผู้ปกครอง โรง เรียนที่เปิดสอนอนุบาลและระดับมัธยมศึกษา มีความพึงพอใจอยู่ใน ระดับมาก ส่วนโรงเรียนประเภทอื่น ๆอยู่ในระดับปานกลาง
2.2.7) ความพึงพอใจของผู้ปกครองต่องานด้านการจัดกิจกรรมนักเรียน พบ ว่าโรงเรียนทุกประเภทมีความพึงพอใจอยู่ในระดับปานกลาง

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 2069
ชื่อผลงานวิจัย ความพึงพอใจของผู้ปกครองที่มีต่องานกิจการนักเรียนโรงเรียนอนุบาลเอกชนในจังหวัดนครศรีธรรมราช
หัวข้อ(Eng) PARENTS ' SATISFACTION WITH STUDENT AFFAIRS OF PRIVATE KINDERGARTENS IN NAKHON SI THAMMARAT PROVINCE


คำสำคัญ(keyword) ความพึงพอใจ
กิจการนักเรียน
โรงเรียนอนุบาล
ชื่อผู้วิจัย นางจิราภรณ์ รตารุณ
ชื่อผู้วิจัย(Eng) Mrs. Chirapron Rataroon
สถานที่ติดต่อ โรงเรียนเจริญวัยวิทยา อ.ทุ่งสง จ. นครศรีธรรมราช
ช่วงระยะเวลาที่ทำวิจัย(duration) ปีที่ทำการวิจัยเสร็จ 2542


ประเภท วิทยานิพนธ์
สถานที่จัดเก็บผลงาน สำนักบรรณสารสนเทศ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
ประวัติความเป็นมา(history)
การจัดการศึกษาก่อนวัยเรียนหรือระดับก่อนประถมศึกษา จัดเป็นการศึกษาระดับสำคัญยิ่งระดับหนึ่ง ซึ่งนับเป็นการจัดประสบการณ์ที่มุ่งส่งเสริมพัฒนาการทุกด้านตามศักยภาพให้แก่เด็กวัยก่อนเข้าเรียนระดับประถมศึกษาต่อไป คือ เด็กอายุ 3 - 5 ปี โดยจัดเป็นหลักสูตรอนุบาล 2 ปี 3 ปี และหลักสูตรเด็กเล็ก ดังนั้น ผู้จัดการศึกษาตลอดจนผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ครูผู้สอนหรือผู้ดูแลเด็ก จึงเป็นผู้ที่มีบทบาทอย่างมากในการจัดกิจกรรมต่าง ๆเพื่อเตรียมความพร้อมและนำเด็กไปสู่การพัฒนาทั้งด้านร่างกาย สังคม อารมณ์-จิตใจ และสติปัญญาแล้ว การจัดการศึกษาในระดับดังกล่าวให้บรรลุเป้าหมาย เพื่อพัฒนาเด็กไปในแนวทางที่ถูกต้องตามหลักวิชาการนั้น สิ่งหนึ่งที่นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งที่จะเกื้อหนุนให้การดำเนินงานประสบผลสำเร็จ คือ ความร่วมมือของผู้ปกครอง ในการจัดการศึกษาระดับอนุบาลจะมีประสิทธิภาพ ถ้าสามารถจัดให้เชื่อมโยงและสัมพันธ์กับการเลี้ยงดูของครอบครัวให้มากที่สุด กล่าวคือ เด็กในโรงเรียนที่ได้รับการพัฒนาด้วยวิธีการที่ถูกต้อง เมื่อได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนเป็นแรงเสริมจากทางบ้าน จะเป็นการนำเด็กไปสู่สัมฤทธิผลที่พึงประสงค์ เป็นต้นว่า มีพัฒนาการทางสังคมดี มีสุขภาพจิตดีและเรียนอย่างมีความสุข

นอกจากบทบาทในการพัฒนาเด็กต้องการความร่วมมือจากผู้ปกครองแล้ว โรงเรียนเองก็จะต้องมีประสิทธิภาพทางด้านการบริหารการจัดการ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่ผู้ปกครองเด้กก่อนวัยเรียนจะพิจารณาตัดสินใจเลือกโรงเรียนอนุบาลให้แก่บุตรหลานของตน โดยทั่วไปในการบริหารงานของโรงเรียนอาจแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 1. งานหลัก เป็นงานที่เป็นไปเพื่อให้นักเรียนบรรลุจุดหมายของหลักสูตรโดยตรง ได้แก่ งานวิชาการ 2. งานสนับสนุน เป็นงานที่ช่วยส่งเสริมให้การปฏิบัติงานหลักเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ งานกิจการนักเรียน งานบุคลากร งานธุรการและการเงิน งานอาคารสถานที่ และงานความสัมพันธ์ระหว่างชุมชน

ดังนั้น งานที่เป็นกิจกรรมเสริมการปฏิบัติงานหลัก หรือ งานสนับสนุน จึงถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของงานกิจการนักเรียนที่มีความสำคัญประการหนึ่งต่อการบริหารโรงเรียนในระดับก่อนประถมศึกษาเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นงานที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการพัฒนาเด็กก่อนประถมศึกษาในทุก ๆด้าน ไม่ยิ่งหย่อนกว่างานด้านวิชาการ งานกิจการนักเรียนเป็นการจัดกิจกรรมในด้านต่าง ๆที่เกี่ยวข้องกับนักเรียนเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการเรียนของนักเรียนให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของหลักสูตร งานกิจการนักเรียนจะได้ผลเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับผู้บริหารโรงเรียนเป็นสำคัญ ผู้บริหารโรงเรียนจะต้องให้การสนับสนุนและส่งเสริมงานกิจการนักเรียนโดยร่วมมือกับบุคลากรในโรงเรียนและผู้เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดนโยบาย วัตถุประสงค์ เป้าหมายและจัดทำเป็นแผนงาน โครงงานกิจกรรมนักเรียนในแต่ละปีได้ชัดเจน นอกจากนี้งานกิจการนักเรียนยังเป็นงานที่มีผู้เกี่ยวข้องคือผู้ปกครอง ที่จะต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษเพราะเด็กก่อนวัยเรียนยังเป็นเด็กเล็กที่ยังไม่อาจช่วยเหลือตัวเองได้มากนัก จะต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด ผู้ปกครองจึงอยากรับรู้การจัดประสบการณ์และการพัฒนาการต่อบุตรหลานของตนระหว่างที่อยู่ในโรงเรียนว่า โรงเรียนได้จัดบริการสวัสดิการและการจัดกิจกรรมใดบ้างให้แก่นักเรียนและจัดได้ดีเพียงใด

ผู้วิจัยในฐานะผู้รับผิดชอบผู้หนึ่งต่อการบริหารโรงเรียนเอกชน จึงได้ตระหนักถึงความสำคัญต่องานกิจการนักเรียนและมีความสนใจที่จะศึกษาถึงความพึงพอใจของผู้ปกครองต่องานกิจการนักเรียนในระดับอนุบาล ทั้งนี้ เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาและปรับปรุงงานกิจการนักเรียนให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ปกครอง รวมทั้งเพื่อให้โรงเรียนมีคุณภาพและมาตรฐานเป็นที่ยอมรับของผู้ปกครองตลอดจนเพื่อความมั่นคงของโรงเรียนเองสืบไปด้วย
วัตถุประสงค์(objective) 1. เพื่อศึกษาระดับความพึงพอใจของผู้ปกครองต่องานกิจการนักเรียนโรงเรียนอนุบาลเอกชนใน 6 ด้าน คือ การบริการสุขภาพอนามัย การบริการน้ำดื่มและอาหาร การรักษาความปลอดภัยให้แก่นักเรียน การบริการรถรับ/ส่งนักเรียน การบริการแนะแนวผู้ปกครอง การจัดกิจกรรมนักเรียน
2. เพื่อเปรียบเทียบบระดับความพึงพอใจของผู้ปกครองต่องานกิจการนักเรียนทั้ง 6 ด้านในโรงเรียนอนุบาลเอกชนในจังหวัดนครศรีธรรมราช จำแนกตามโรงเรียน 4 ประเภท
แนวทางการปฏิบัติ(regulation) เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ
กลุ่มตัวอย่าง(sample) ประชากร คือ ผู้ปกครองนักเรียนจากโรงเรียนอนุบาลเอกชน สังกัดสำนัดงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 101 โรง ซึ่งมีจำนวนประมาณ 25,000 คน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้ปกครองนักเรียนอนุบาลชั้นปีที่ 2 จำนวน 1,000 คน
ตัวแปร(variable)
เครื่องมือ(tool) เป็นแบบสอบถามแบบมาตรประมาณค่า ( Rating Scale ) 5 ระดับ
การรวบรวมข้อมูล(gathering) ขอความอนุเคราะห์ผู้บริหารโรงเรียนอนุบาลเอกชนในจังหวัดนครศรีธรรมราชเพื่อขอ ความร่วมมือผู้ปกครองเป็นผู้ตอบแบบสอบถาม
การวิเคราะห์(analysis) โดยการหาค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ความแปรปรวนและทดสอบ ความแตกต่างโดยวิธีของเชฟเฟ ( Scheffe' method )
ข้อสรุป(summary) 1) ผลการวิเคราะห์ระดับความพึงพอใจของผู้ปกครองต่องานกิจการนักเรียน โดยภาพรวม ผู้ปกครองมีความพึงพอใจต่องานกิจการนักเรียนทั้ง 6 ด้าน อยู่ในระดับมาก แต่เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านที่ผู้ปกครองมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากได้แก่ การบริการด้านน้ำดื่มและอาหาร การรักษาความปลอดภัยให้แก่นักเรียน การบริการด้านรถรับ/ส่งนักเรียน ส่วนด้านที่ผู้ปกครองมีความพึงพอใจอยู่ในระดับปานกลาง ได้แก่ การบริการสุขภาพอนามัย การบริการด้านแนะแนวผู้ปกครอง และการจัดกิจกรรมนักเรียน
2) ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบความพึงพอใจของผู้ปกครองต่องานกิจการนักเรียน จำแนก ตามประเภทโรงเรียน พบว่า
2.1) ประเภทโรงเรียนที่ผู้ปกครองมีความพึงพอใจในระดับมาก คือ โรงเรียนที่เปิด สอนอนุบาลและระดับมัธยมศึกษา โรงเรียนที่เปิดสอนระดับอนุบาลและระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา โรงเรียนที่เปิดสอนเฉพาะอนุบาล ส่วนประเภทโรงเรียนที่ผู้ปกครองมีความพึงพอใจในระดับปานกลาง คือ โรงเรียนที่เปิดสอนระดับอนุบาลและระดับประถมศึกษา
2.2) ผลการเปรียบเทียบความพึงพอใจของผู้ปกครองเป็นรายด้าน จำแนกตามประเภทโรงเรียน ปรากฏผล ดังนี้
2.2.1) ความพึงพอใจของผู้ปกครองต่องานกิจการนักเรียนจำแนกตามประเภทโรงเรียนโดยภาพรวม มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากทุกประเภทโรงเรียน ยกเว้นโรงเรียนที่เปิดสอนระดับอนุบาลและระดับประถมศึกษา มีความพอใจอยู่ในระดับปานกลาง
2.2.2) ความพึงพอใจของผู้ปกครองต่องานด้านสุขภาพอนามัย โรงเรียนที่ เปิดสอนระดับอนุบาลและระดับมัธยมศึกษามีความพึงพอใจอยู่ใน ระดับมาก ส่วนโรงเรียนประเภทอื่น ๆอยู่ในระดับปานกลาง
2.2.3) ความพึงพอใจของผู้ปกครองต่องานด้านน้ำดื่มและอาหาร พบว่า มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากทุกประเภท ยกเว้น โรงเรียนที่ เปิดสอนระดับอนุบาลและระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา มี ความพึงพอใจอยู่ในระดับปานกลาง
2.2.4) ความพึงพอใจของผู้ปกครองต่องานด้านการรักษาความปลอดภัยให้แก่ นักเรียน โรงเรียนที่เปิดสอนเฉพาะอนุบาล และ โรงเรียนที่เปิดสอน อนุบาลและระดับมัธยมศึกษา มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ส่วน โรงเรียนประเภทอื่น ๆอยู่ในระดับปานกลาง
2.2.5) ความพึงพอใจของผู้ปกครองต่องานด้านรถรับ/ส่งนักเรียน พบว่า โรง เรียนทุกประเภทมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก
2.2.6) ความพึงพอใจของผู้ปกครองต่องานด้านการแนะแนวผู้ปกครอง โรง เรียนที่เปิดสอนอนุบาลและระดับมัธยมศึกษา มีความพึงพอใจอยู่ใน ระดับมาก ส่วนโรงเรียนประเภทอื่น ๆอยู่ในระดับปานกลาง
2.2.7) ความพึงพอใจของผู้ปกครองต่องานด้านการจัดกิจกรรมนักเรียน พบ ว่าโรงเรียนทุกประเภทมีความพึงพอใจอยู่ในระดับปานกลาง
ข้อเสนอแนะ(suggestion) 1. การบริการด้านสุขภาพอนามัย ควรจัดให้มีบริการตรวจสุขภาพอนามัยประจำปี และการรับภูมิคุ้มกันโรค และการติดตามผลพัฒนาการโดยกุมารแพทย์ปีละครั้ง ตลอดจนการบริการน้ำดื่มและอาหาร ภาชนะและสถานที่รับประทานอาหาร ต้องดูแลให้สะอาด ถูกสุขลักษณะเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคต่าง ๆ อาทิ ไข้หวัดใหญ่ โรคอีสุกอีใส เป็นต้น รวมทั้งจัดให้เหมาะสมกับขนาดและจำนวนของเด็ก
2. การรักษาความปลอดภัยให้แก่นักเรียน ควรจัดให้มีอุปกรณ์ช่วยเหลือและมีการ ซักซ้อมการป้องกันอุบัติเหตุ/อุบัติภัย อาทิ เหตุเพลิงไหม้ โดยอาจขอความร่วมมือจากตำรวจอบรมและสาธิตการป้องกันอุบัติเหตุ/อุบัติภัย รวมทั้งจัดให้มีทางเข้า - ออกอาคารที่เหมาะสมในการเคลื่อนย้ายเด็กออกจากอาคารได้สะดวก เมื่อเกิดอันตรายหรือภัยพิบัติต่าง ๆ นอกจากนี้วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆควรจัดทำให้ปลอดจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น เช่น อุบัติเหตุจากปลั๊กไฟ สิ่งที่มีมุมแหลมมีเหลี่ยมควรทำเป็นโค้งมน สิ่งมีคมควรเก็บให้พ้นมือเด็ก ฯลฯ สำหรับการบริการรถรับ/ส่งนักเรียน ควรถือปฏิบัติตามกฎกระทรวงโดยเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งวุฒิภาวะ และความรับผิดชอบของคนขับรถและผู้ควบคุมรถจะต้องสรรหาคนที่มีความรับผิดชอบสูง และมีนิสัยโอบอ้อมอารีต่อเด็ก
3. การบริการแนะแนวผู้ปกครอง ควรจัดให้มีการสื่อสารในเรื่องการให้ความรู้เกี่ยวกับ การเสริมสร้างพัฒนาการเด็กแก่ผู้ปกครองและให้คำปรึกษาแก่ผู้ปกครองอย่างต่อเนื่องตาม ระยะเวลา เช่น การประชุมชี้แจงของครูกับผู้ปกครองในทุกภาคเรียน จดหมายข่าวถึงผู้ปกครองประจำสัปดาห์ เป็นต้น เพื่อให้ครูได้ชี้แจงเกี่ยวกับปัญหาพฤติกรรมของเด็กในโรงเรียนให้ผู้ปกครองทราบ ตลอดจนเพื่อติดตามพัฒนาการและความก้าวหน้าของนักเรียน และในทุก ๆปีการศึกษาก่อนเปิดภาคเรียนควรมีการประชุมชี้แจงนโยบายการจัดการศึกษาหรือปฐมนิเทศนักเรียนใหม่ นับว่ามีความจำเป็นและสำคัญ เพราะจะช่วยให้ผู้ปกครองเข้าใจเกี่ยวกับโรงเรียนและเกี่ยวกับตัวนักเรียนและยังช่วยให้ผู้ปกครองเข้าใจแนวการจัดเตรียมความพร้อมให้แก่นักเรียน การบริการด้านต่าง ๆที่ทางโรงเรียนจัดให้ตลอดจนปัญหาต่าง ๆโดยทั่วไป นอกจากนี้ ควรจัดให้มีการจัดกิจกรรมนักเรียน เช่น กิจกรรมกีฬา ฯลฯ เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการของเด็กตามความพร้อมและเพื่อเป็นการประสานความร่วมมือระหว่างบ้านกับโรงเรียนให้มากขึ้น
ปี 2542
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved