บทความวิจัย

นภาเดช บุญเชิดชู - thaied

Current Record: นภาเดช บุญเชิดชู

นภาเดช บุญเชิดชู

 รูปแบบบูรณาการพัฒนาสมรรถนะของผู้บริหารโรงเรียนตามมาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา มีลักษณะเป็นรูปแบบเชิงโครงสร้างทางความคิด (conceptual model) และมีลักษณะเป็นรูปแบบ บูรณาการพัฒนา (integrated development model) การนำรูปแบบไปใช้ต้องมีการประยุกต์ให้เหมาะสมกับความต้องการจำเป็น และสภาพบริบทของหน่วยงาน

Click to minimize this section Details

ยอมรับเงื่อนไข 1
ลำดับที่ 673
ชื่อบทความ(title) รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะของผู้บริหารโรงเรียนตามมาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา
ชื่อบทความ(eng) A MODEL OF SCHOOL ADMINISTRATORS’COMPETENCY DEVELOPMENT IN ACCORDANCE WITH EDUCATION PROFESSIONAL STANDARDS
ชื่อผู้เขียน นายนภาเดช บุญเชิดชู, รศ.ดร.บุญมี เณรยอด
ชื่อผู้เขียน(eng) Mr.Napadech Booncherdchoo, Assoc. Prof. Boonmee Nenyod, Ed.D.
สถานที่ติดต่อ 38/1 หมู่ 6 ต.สวนกล้วย อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี
เนื้อหา(content)

 รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะของผู้บริหารโรงเรียนตามมาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา

 

บทนำ

 

การพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนจัดเป็นประเด็นที่มีความสำคัญประการหนึ่งในระบบการศึกษา เพราะผู้บริหารโรงเรียนเป็นกลไกในการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ และนำไปสู่ผลลัพธ์ของการจัดการศึกษา โดยที่ความสามารถของผู้บริหารโรงเรียนมีความสัมพันธ์กับคุณภาพการจัดการศึกษาทั้งทางตรงและทางอ้อม ดังนั้นจึงมีความต้องการจำเป็นที่จะต้องพัฒนาให้ผู้บริหารโรงเรียนมีคุณลักษณะและคุณภาพที่พึงประสงค์ คือ การทำให้ผู้บริหารโรงเรียนมีสมรรถนะสูง   อันหมายถึงการมีคุณลักษณะเชิงพฤติกรรมที่เกิดจากด้านความรู้ ความสามารถ ทักษะ และคุณลักษณะส่วนบุคคลต่าง ๆ ที่ทำให้การปฏิบัติงานในฐานะผู้บริหารโรงเรียนประสบผลสำเร็จ   ในระดับสูง 

 

ด้วยเหตุที่การพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญมากประการหนึ่ง       ในระบบการศึกษาและการบริหารจัดการของกระทรวงศึกษาธิการ จึงมีข้อกำหนดในการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนไว้ในส่วนต่าง ๆ  เช่น กำหนดไว้ในกฎหมาย การจัดทำแผนและยุทธศาสตร์     การพัฒนาทางการศึกษาต่าง ๆ อาทิ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 หมวด 7 มาตรา 52 กำหนดให้มีระบบการพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้มีคุณภาพและมาตรฐานที่เหมาะสมกับวิชาชีพชั้นสูง พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พุทธศักราช 2546 มาตรา 9 (5) ที่สนับสนุนส่งเสริมและพัฒนาวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ แผนและยุทธศาสตร์การพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2549 2551 กำหนดเป้าหมายและวิธีการพัฒนา  โดยกำหนดจำนวนครั้งในการพัฒนาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง  และให้มีสมรรถนะตามมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิชาชีพทั้งสมรรถนะหลัก (core competency) สมรรถนะในการปฏิบัติงานตามหน้าที่ (functional competency) และสมรรถนะเฉพาะ (specification competency) เป็นต้น

 

ทั้งนี้จากการที่คุรุสภาได้กำหนดให้มีมาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษาสำหรับผู้บริหารโรงเรียน เพื่อให้ผู้บริหารโรงเรียนมีคุณลักษณะและคุณภาพที่พึงประสงค์ในการประกอบวิชาชีพ รวมทั้งการกำหนดให้มีการพัฒนาทางวิชาชีพเป็นส่วนหนึ่งของการต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และในส่วนของการพัฒนาสายงานอาชีพของผู้บริหารโรงเรียนนั้น สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.)  ซึ่งได้กำหนดอำนาจหน้าที่ของผู้บริหารโรงเรียน มาตรฐานวิทยฐานะ หลักเกณฑ์และวิธีการให้มีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยฐานะ โดยมีการประเมินผลการปฏิบัติงาน และอบรมพัฒนาสมรรถนะตามที่กำหนดทั้งในด้านสมรรถนะหลัก (core competency) และสมรรถนะตามตำแหน่งงาน (functional competency) สำหรับหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานซึ่งได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษา       ขั้นพื้นฐาน ได้มีการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนในสังกัด โดยดำเนินการตามโครงการพัฒนาผู้บริหารในสังกัดทั่วประเทศ เพื่อให้มีการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพให้เป็นไปตามเป้าหมายภายใต้นโยบายการปฏิรูปการศึกษารอบสอง  (สำนักพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, ม.ป.ป. : 2) รวมทั้งความจำเป็นและความสำคัญที่ผู้บริหารโรงเรียนต้องพัฒนาตนเองเพื่อให้มีคุณลักษณะความสามารถในการปฏิบัติงาน         อย่างเหมาะสมภายใต้สถานการณ์ ต่าง ๆ  หรือสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในยุคปัจจุบันและอนาคต ซึ่งเป็นยุคแห่งข้อมูลข่าวสาร (information age) หรือยุคแห่งการเรียนรู้ (learning age) ที่การศึกษามีความสัมพันธ์กับสภาพสังคม การเมือง และเศรษฐกิจในแต่ละช่วงเวลา ดังนั้นบุคลากรที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดการศึกษา โดยเฉพาะผู้บริหารโรงเรียน จึงมีความจำเป็นในการพัฒนาเพื่อให้มีคุณลักษณะเชิงพฤติกรรมที่เหมาะสมต่อบทบาท หน้าที่ และมีภาวะผู้นำที่ส่งผลต่อคุณภาพและความสำเร็จของการจัดการศึกษาของโรงเรียนในยุคแห่งการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งมีความเชื่อมโยงไปสู่คุณภาพการศึกษาของประเทศ 

 

ความสำคัญและความจำเป็นในการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนดังกล่าว ส่งผลให้หน่วยงานต่าง ๆ จัดกิจกรรมการพัฒนาในหลากหลายรูปแบบ แต่ในส่วนของการพัฒนาตามมาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา ซึ่งกำหนดมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ มาตรฐาน             การปฏิบัติงาน และมาตรฐานการปฏิบัติตนไว้ยังไม่มีรูปแบบการพัฒนาที่ชัดเจน ดังนั้นรูปแบบ  การพัฒนาสมรรถนะของผู้บริหารโรงเรียนตามมาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษาจะเป็นประโยชน์ต่อการประกอบวิชาชีพของผู้บริหารโรงเรียน โดยมีลักษณะการพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง (continuing  professional development) ซึ่งเป้าหมายในเบื้องต้นคือ การทำให้ผู้บริหารโรงเรียนมีคุณลักษณะและคุณสมบัติตามมาตรฐานวิชาชีพ ส่วนเป้าหมายที่สำคัญที่สุด คือ การพัฒนาให้ผู้บริหารโรงเรียนได้พัฒนาความสามารถที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการปฏิบัติงาน (effective performance) โดยสามารถสร้างผลลัพธ์ (outcomes) ในการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ            ตามเป้าหมายระดับสูง

 

จากการที่มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับผู้บริหารโรงเรียนได้กำหนดองค์ประกอบที่สำคัญไว้ 3 ประการ คือ ความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ การปฏิบัติงาน และ    การปฏิบัติตนอันเป็นข้อกำหนดทางวิชาชีพ ดังนั้นรูปแบบการพัฒนาสมรรถนะของผู้บริหารโรงเรียนจึงเริ่มต้นจากการพัฒนาสมรรถนะของผู้บริหารโรงเรียนตามมาตรฐานวิชาชีพ             ทางการศึกษา และศึกษาถึงความต้องการจำเป็นในการพัฒนาสมรรถนะของผู้บริหารโรงเรียน  เพื่อค้นหาสมรรถนะที่มีความต้องการจำเป็นในการพัฒนาสูงในการที่จะพัฒนารูปแบบการพัฒนาต่อไป โดยองค์ประกอบของรูปแบบการพัฒนาจึงประกอบด้วย หลักการ วัตถุประสงค์ เป้าหมาย ลักษณะสำคัญ เงื่อนไขสำคัญ และการนำรูปแบบไปใช้ โดยมีสาระสำคัญดังนี้

 

1. หลักการของรูปแบบ

1.1 หลักตอบสนองต่อความต้องการจำเป็นในการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียน

      รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะของผู้บริหารโรงเรียนตามมาตรฐานวิชาชีพ          ทางการศึกษาต้องตอบสนองต่อความต้องการจำเป็นในการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียน

       รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะของผู้บริหารโรงเรียนตามมาตรฐานวิชาชีพ         ทางการศึกษาจึงตอบสนองต่อความต้องการจำเป็นในการพัฒนา ดังนี้

     1) เป็นสมรรถนะที่มีความสำคัญต่อการประกอบวิชาชีพผู้บริหารโรงเรียน และ  การปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้บริหารโรงเรียนให้ประสบความสำเร็จอย่างมีคุณภาพ

      2) เป็นสมรรถนะที่ผู้บริหารโรงเรียนขาดอยู่ (competency gap) หรือต้องได้รับการพัฒนาจากระดับสมรรถนะที่ผู้บริหารโรงเรียนมีอยู่จริงในปัจจุบันไปสู่ระดับสมรรถนะ             ที่ผู้บริหารโรงเรียนจำเป็นต้องมีตามมาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา

   

1.2 หลักสอดคล้องกับจิตวิทยา และการเรียนรู้

      รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะของผู้บริหารโรงเรียนตามมาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษาต้องมีลักษณะการพัฒนาควบคู่ไปกับการปฏิบัติงาน การพัฒนาสมรรถนะต่าง ๆ เพื่อการพัฒนาประสิทธิผลของการปฏิบัติงาน (effective performance) ตามแนวคิดทฤษฎีให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ในช่วงแห่งการทำงานในลักษณะที่เป็นการศึกษาผู้ใหญ่ (adult learning) โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาความสามารถที่สูงขึ้นเน้นการปฏิบัติ และการเสริมแรงตามหลักจิตวิทยา ลดการเป็นอุปสรรคในการพัฒนาจากสภาพแวดล้อมในการพัฒนา

 

1.3 หลักสามารถปฏิบัติได้จริงภายใต้บริบทของระบบบริหารการศึกษาของไทย

      รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะของผู้บริหารโรงเรียนตามมาตรฐานวิชาชีพ          ทางการศึกษาโดยยึดมาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษาของไทยเป็นพื้นฐาน แต่มีการเทียบเคียงสมรรถนะ (benchmarking) ตามมาตรฐานวิชาชีพของต่างประเทศในลักษณะที่มีความเป็นสากล เพื่อให้ผู้บริหารโรงเรียนของไทยได้รับประโยชน์จากรูปแบบที่พัฒนาขึ้น ให้สามารถปฏิบัติได้และสามารถทำให้เกิดการพัฒนาทั้งในระดับบุคคล ความก้าวหน้าทางวิชาชีพ การพัฒนา                     ผลการปฏิบัติงาน และการพัฒนาหน่วยงานที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในทุกระดับ รวมทั้งรูปแบบ   การพัฒนาต้องมีการปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสภาพและบริบททางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย

 

1.4 หลักสามารถบรรลุได้และคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์

      รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะของผู้บริหารโรงเรียนตามมาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา เป็นรูปแบบที่สามารถสามารถบรรลุได้และคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ ซึ่งหมายถึงเป็นรูปแบบที่สามารถนำไปใช้อย่างประสบความสำเร็จ มีผลตอบแทนจากการลงทุนเพื่อการพัฒนา (return of investment) คือ มีผลลัพธ์ (outcomes) ที่สามารถวัดได้ในระดับสูง และมีความคุ้มค่า

 

1.5 หลักเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษา

      รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะของผู้บริหารโรงเรียนตามมาตรฐานวิชาชีพ          ทางการศึกษาต้องเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษาที่เป็นผลเชื่อมโยงจากการที่ผู้บริหารโรงเรียนมีสมรรถนะสูง ดังนี้

      1) การพัฒนาคุณลักษณะและคุณภาพของผู้ประกอบวิชาชีพผู้บริหารโรงเรียน

      2) การพัฒนาประสิทธิผลของการปฏิบัติงานของผู้บริหารโรงเรียนส่งผลให้เกิด การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน คุณภาพการปฏิบัติงานของครูและบุคลากรทางการศึกษา และคุณภาพโรงเรียน

3) การพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะคุณภาพผู้เรียนไปในทิศทาง             ที่พึงประสงค์ ทั้งนี้เพราะผู้บริหารโรงเรียนมีสมรรถนะสูงในการดำเนินงาน

4) การพัฒนาคุณภาพองค์การระดับโรงเรียนให้เป็นองค์การที่มีความสามารถสูง (high performance organization) เพราะผู้บริหารโรงเรียนที่มีสมรรถนะสูงย่อมทำให้เกิด        การพัฒนาองค์การได้ในลักษณะดังกล่าว

     

            2. วัตถุประสงค์ของรูปแบบ

                2.1 วัตถุประสงค์ทั่วไป

                      เพื่อเป็นรูปแบบการพัฒนาสมรรถนะของผู้บริหารโรงเรียนตามมาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา

 

                2.2 วัตถุประสงค์เฉพาะ

    2.2.1 เพื่อพัฒนารูปแบบการพัฒนาสมรรถนะของผู้บริหารโรงเรียนตามมาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา

   2.2.2 เพื่อนำเสนอเงื่อนไขของการนำรูปแบบการพัฒนาสมรรถนะของผู้บริหารโรงเรียนตามมาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษาไปใช้

 

3. เป้าหมายของรูปแบบ

    3.1 เป้าหมายเชิงปริมาณ

        เพื่อเป็นรูปแบบการพัฒนาสมรรถนะของผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกรุงเทพมหานคร

     3.2 เป้าหมายเชิงคุณภาพ

       เพื่อเป็นรูปแบบการพัฒนาสมรรถนะของผู้บริหารโรงเรียนให้มีคุณลักษณะตามมาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา

        โดยสามารถนำรูปแบบไปใช้ในการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนเป็นรายบุคคล            การพัฒนาผลการปฏิบัติงาน การพัฒนาสายงานอาชีพ และการพัฒนาองค์การ ที่ทำให้ผู้บริหารโรงเรียนมีประสิทธิผลการปฏิบัติงาน (effective performance) สามารถสร้างผลลัพธ์ (outcomes) ในการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพตามเป้าหมายในระดับสูง

         

            4. ลักษณะสำคัญของรูปแบบ

                ลักษณะสำคัญของรูปแบบมีลักษณะบูรณาการ (integrated development model) การพัฒนาสมรรถนะของผู้บริหารโรงเรียนตามมาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา ส่วนลักษณะสำคัญของรูปแบบประกอบด้วย  กระบวนการพัฒนาสมรรถนะ สมรรถนะที่มีความต้องการจำเป็น        ในการพัฒนาสูง และวิธีการพัฒนาสมรรถนะ ซึ่งมีสาระสำคัญดังนี้

                4.1 กระบวนการพัฒนาสมรรถนะ

                     มีขั้นตอนย่อย ในการดำเนินการดังนี้

1) การกำหนดสมรรถนะของผู้บริหารโรงเรียนตามมาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษาแต่ละตัวแบบสมรรถนะ

2) การประเมินความต้องการจำเป็นในการพัฒนาสมรรถนะ

3) การวางแผนการบริหารผลลัพธ์ในการพัฒนาสมรรถนะ

4) การกำหนดวิธีการนำไปปฏิบัติ การติดตาม และการประเมินผลการพัฒนาสมรรถนะ


กระบวนการพัฒนาสมรรถนะแต่ละขั้นตอนมีความสัมพันธ์และทำให้เกิดผลผลิตดังนี้

กล่องข้อความ: กระบวนการพัฒนาสมรรถนะของผู้บริหารโรงเรียน

                 
 

กำหนดสมรรถนะของผู้บริหารโรงเรียนตามมาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา

 
 

 

ประเมิน         ความต้องการจำเป็นในการพัฒนาสมรรถนะ

 
 

 

วางแผน

การบริหารผลลัพธ์ในการพัฒนาสมรรถนะ

 
 

กำหนดวิธีการนำไปปฏิบัติ

การติดตาม และการประเมินผลการพัฒนาสมรรถนะ

 

 
 
 
ผลสรุป(summary)

 รูปแบบบูรณาการพัฒนาสมรรถนะของผู้บริหารโรงเรียนตามมาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา มีลักษณะเป็นรูปแบบเชิงโครงสร้างทางความคิด (conceptual model) และมีลักษณะเป็นรูปแบบ บูรณาการพัฒนา (integrated development model) การนำรูปแบบไปใช้ต้องมีการประยุกต์ให้เหมาะสมกับความต้องการจำเป็น และสภาพบริบทของหน่วยงาน

เอกสารอ้างอิง(reference)

 รายการอ้างอิง

 

นิสดารก์  เวชยานนท์. (2550). Competency Model กับการประยุกต์ใช้ในองค์กรไทยกรุงเทพ ฯ กราฟโกซิสเต็มส์.

พัฒนาครูและบุคลากรการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, สำนัก.(ม.ป.ป.). หลักสูตรการพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาทั่วประเทศ. กรุงเทพฯ โรงพิมพ์ ทองกมล.

Shermon,G. (2004). Competency Based HRMNew Delhi : Tata Mc Graw – Hill.

คำสำคัญ(keyword) นภาเดช บุญเชิดชู สมรรถนะของผู้บริหารโรงเรียน
Blacklist 1
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved