บทความวิจัย

- thaied

Current Record:

Click to minimize this section Details

ลำดับที่ 44
ชื่อบทความ(title) เทคนิคการวิจัยอนาคตแบบ EDFR
ชื่อบทความ(eng) Ethnographic Delphi Futures Research
ชื่อผู้เขียน ดร.จุมพล พูลภัทรชีวิน
เนื้อหา(content) บทนำ












































เทคนิคการวิจัยแบบ EDFR นี้ผู้เขียนได้พัฒนาขึ้นโดยการผสมผสานระหว่างเทคนิคการวิจัยแบบ












































EFR (Ethnographic Futures Research) และเดลฟาย (Delphi) เข้าด้วยกัน


เพื่อช่วยให้เข้าใจถึงความคิดพื้นฐานและระเบียบวิธีวิจัยของ












































EDFR ได้ดีขึ้น ผู้เขียนจึงขออธิบายอย่างคร่าว ๆ ถึงความเชื่อพื้นฐานของอนาคตนิยม












































(Futurism) จุดมุ่งหมายของการวิจัยอนาคต (Futures Research) เทคนิคเดลฟาย และ EFR












































ก่อนที่จะพูดถึง EDFR


























































































ความเชื่อพื้นฐานบางประการ

























































































นักอนาคตนิยมมีความเชื่อพื้นฐานว่า







































































































































  1. อนาคตเป็นเรื่องที่มนุษย์สามารถทำการศึกษาได้อย่างเป็นระบบ













































  2. ความเชื่อของมนุษย์เกี่ยวกับอนาคต












































    มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมและการตัดสินใจของเขา













































  3. เชื่อว่ามนุษย์สามารถจะควบคุมและสร้างอนาคตได้







































































































































จุดมุ่งหมายของการวิจัยอนาคต












































จุดมุ่งหมายหลักของการวิจัยอนาคตมิใช่อยู่ที่การทำนายที่ถูกต้อง












































หากแต่อยู่ที่การสำรวจและศึกษาแนวโน้มที่เป็นไปได้หรือน่าจะเป็นเรื่องที่ศึกษาให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้












































ทั้งที่พึงประสงค์และไม่พึงประสงค์ เพื่อที่จะหาทางทำให้แนวโน้มที่พึงประสงค์นั้นเกิดขึ้นและป้องกัน












































หรือขจัดแนวโน้มที่ไม่พึงประสงค์ให้หมดไป หรือหาทางที่จะเผชิญกับแนวโน้มที่ไม่พึงประสงค์นั้นอย่างมีประสิทธิภาพ












































ถ้าหากว่ามันจะเกิดขึ้นจริงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นข้อมูลที่ได้จากการวิจัยอนาคตจะมีประโยชน์โดยตรงต่อการวางแผน












































การกำหนดนโยบาย การตัดสินใจ ตลอดไปจนถึงการกำหนดยุทธวิธี (Strategies) และกลวิธี












































(Tactics) ที่จะนำไปสู่การสร้างอนาคตที่พึงประสงค์ และการป้องกันหรือขจัดอนาคตที่ไม่พึงประสงค์


























































































เทคนิคการวิจัยแบบเดลฟาย (The












































Delphi Technique)













































เดลฟายเป็นเทคนิคการทำนายที่พัฒนาขึ้นโดยนักคิดนักวิจัยของ












































Rand Corporation คือ Helmer, Dalkey และ Rescher เมื่อประมาณว่าสองศตวรรษมาแล้ว












































ในปัจจุบันเดลฟายเป็นเทคนิคการทำนายที่ได้รับความนิยมอย่างมากในเกือบทุกวงการไม่ว่าด้านธุรกิจ












































การเมือง การทหาร เศรษฐกิจ การสาธารณสุข การศึกษาและด้านอื่น ๆ นอกจากเดลฟายเป็นเทคนิคการวิจัยและการคาดการณ์อนาคตแล้ว












































เดลฟายยังเป็นเทคนิคการสื่อสารระหว่างกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ ช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญแต่ละคนได้รับข่าวสารและแลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญระหว่างกันโดยไม่มีการเผชิญหน้ากันโดยตรงเช่นเดียวกับการระดมสมอง












































(Brain Stroming) หรือการประชุมกลุ่มแบบอื่น ๆ


เดลฟายรูปแบบเดิมมีลักษณะเฉพาะ












































ต่อมาภายหลังก็มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่หลักการและระเบียบวิธีใหญ่ ๆ












































ยังคงเหมือนเดิม คือการศึกษาความคิดเห็นของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญอย่างเป็นระบบ โดยการขอให้ผู้เชี่ยวชาญแต่ละคนทำการคาดการณ์ว่าแนวโน้มหรือเหตุการณ์แต่ละอย่างจะเกิดขึ้นเมื่อใด












































หรือทำการคาดการณ์ว่าภายในเวลาที่กำหนด เช่น อีก 20 ปีข้างหน้าจะมีเหตุการณ์หรือแนวโน้มใดที่จะเกิดขึ้นบ้าง












































หลังจากนั้นผู้วิจัยจะนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์แล้วป้อนผลการวิเคราะห์ ซึ่งปกติจะอยู่ในรูปของสถิติง่าย












































ๆ กลับไปให้ผู้เชี่ยวชาญแต่ละคนพิจารณาคำตอบเดิมของตนเองเทียบกับของกลุ่ม แล้วทำการคาดการณ์หรือตอบตามรูปแบบที่ผู้วิจัยกำหนดอีกครั้งหนึ่ง












































ผู้วิจัยก็จะนำคำตอบไปวิเคราะห์ใหม่ แล้วอาจป้อนข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์กลับไปให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาอีกครั้ง












































โดยปกติกระบวนการทำซ้ำ (Iterative Process) แบบนี้จะดำเนินต่อไป ราว ๆ สองหรือสามรอบ












































หรือจนกว่าจะได้คำตอบที่เป็นฉันทามติ (Consensus) ของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ จุดมุ่งหมายของการทำซ้ำดังกล่าวก็เพื่อที่จะกรอง












































(refine) ความเชี่ยวชาญของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญนั่นเอง


























































































อาจสรุปขั้นตอนใหญ่ ๆ ของเทคนิคการวิจัยแบบเดลฟายได้ดังนี้






































































































































  1. กำหนดกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ (Panel












































    Experts)












































    ผู้วิจัยจะต้องหาวิธีและทำการคัดเลือกกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ












































    ที่มีความรู้ความสามารถและความชำนาญในเรื่องที่จะศึกษา












































    โดยปกติจะมีประมาณตั้งแต่สิบกว่าคนขึ้นไปอาจถึงร้อย












































    ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายการวิจัย












































    ความซับซ้อนของเรื่องที่ศึกษา เวลา และงบประมาณ













































  2. กำหนดประเด็นแนวโน้มและสร้างเครื่องมือสำหรับการวิจัย












































    โดยทั่วไปมักจะอยู่ในรูปของแบบสอบถามหรือการสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง













































  3. ทำเดลฟายรอบที่หนึ่ง












































    โดยการส่งแบบสอบถามไปให้ผู้เชี่ยวชาญหรือสัมภาษณ์












































    (ตัวต่อตัวหรือโดยการโทรศัพท์)












































    หรือทำการประชุมทางไกล (Tele-Conferencing)












































    โดยผ่านระบบสื่อสารทางเครื่องมืออิเล็คโทรนิค












































    เช่น ระบบคอมพิวเตอร์













































  4. รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้ในรอบที่หนึ่ง













































  5. ทำเดลฟายรอบที่สอง












































    โดยรอบนี้ผู้เชี่ยวชาญแต่ละท่านจะได้รับข้อมูลป้อนกลับเชิงสถิติ












































    (Statistical Feedbacks) ที่เป็นของกลุ่มโดยส่วนรวม เช่น












































    ค่าร้อยละ ค่ามัธยฐาน (Median) และค่าพิสัย












































    ระหว่างควอไทล์ (Interquartile Range) ของกลุ่ม












































    ผนวกด้วยคำตอบเดิมของตนเองแล้วขอให้ผู้เชี่ยวชาญแต่ละคนพิจารณาตอบใหม่













































  6. ทำเดลฟายรอบที่สาม สี่.......













































  7. สรุปและอภิปรายผลโดยการเสนอแนวโน้มที่มีฉันทามติตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้แล้วอภิปรายเสนอแนะจากผลการวิจัย




















































































































































































เทคนิคการวิจัยแบบ EFR (The












































Ethnographic Futures Research)













































ผู้พัฒนาเทคนิคการวิจัยอนาคตแบบ EFR












































คือ ศาตราจารย์ ดร.โรเบิร์ต บี เท็กชเตอร์ (Robert B.Textor) แห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด












































สหรัฐอเมริกา เป็นเทคนิคที่พัฒนามาจากระเบียบวิธีวิจัยทางมานุษยวิทยาที่เรียกว่า












































การวิจัยชาติพันธุ์วรรณา (Ethnographic Research หรือ Ethnography)















































EFR เป็นเทคนิคการวิจัยที่พยายามจะดึงเอาอนาคตภาพและค่านิยมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมของกลุ่มประชากรที่ศึกษาโดยการสัมภาษณ์ที่มีลักษณะเฉพาะกล่าวคือ












































เป็นการสัมภาษณ์แบบเปิดและไม่ชี้นำ (Non-directive, open-ended) โดยผู้วิจัยอาจมีหัวข้อหรือประเด็นที่เตรียมไว้ประกอบเพื่อกันลืม












































แต่จะไม่มีลักษณะของการถามแบบชี้นำ หลักการสัมภาษณ์แบบ EFR นี้ถือว่าผู้ให้สัมภาษณ์เป็นผู้ควบคุมการสัมภาษณ์และมีอิสระในการให้สัมภาษณ์อย่างเต็มที่












































ลักษณะของสัมภาษณ์แบบ EFR ที่เด่นและแตกต่างไปจากการสัมภาษณ์แบบอื่น คือ จะมีการแบ่งช่วงการสัมภาษณ์ออกเป็นช่วง












































ๆ โดยอาจจะแบ่งตามหัวข้อที่สัมภาษณ์หรือตามช่วงเวลาที่เหมาะสม เช่น ทุก ๆ ประมาณ












































10 นาที ผู้สัมภาษณ์จะทำการสรุปการสัมภาษณ์จากบันทึกที่จดไว้หรือจากเทปบันทึกเสียงให้ผู้สัมภาษณ์ฟัง












































และขอให้ผู้ให้สัมภาษณ์ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงและแก้ไขคำสัมภาษณ์ได้ กระบวนการเช่นนี้เรียกว่าเทคนิคการสรุปสะสม












































(Cumulative Summarization Technique) โดยจะทำเช่นนี้จนจบการสัมภาษณ์เพื่อที่จะช่วยให้ผู้วิจัยมีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นว่า












































ข้อมูลที่ได้นั้นมีความน่าเชื่อถือ คือมีทั้งความตรง (Validity) และความเที่ยง












































(Reliabitity) ของข้อมูลเพิ่มขึ้น















































โดยปกติการสัมภาษณ์แบบ EFR นี้จะประกอบด้วยอนาคตภาพที่เป็นทางเลือก (Alternative)












































3 ภาพและเรียงลำดับกันไป คือ อนาคตภาพทางดี (Optimistic-Realistic Scenario) อนาคตภาพทางร้าย












































(Pessimistic-Realistic Scenario) และอนาคตภาพที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด (Most-Probable












































Scenario) อนาคตภาพทั้ง 3 ภาพนี้ จะประกอบไปด้วยแนวโน้มในอนาคตที่ผู้ให้สัมภาษณ์คาดว่ามีโอกาสเกิดขึ้น












































ด้วยเหตุนี้จึงมีการใช้คำว่า Realistic กำกับไว้ทั้งในอนาคตภาพทางดีและอนาคตภาพทางร้าย




























































































เมื่อสัมภาษณ์ครบทั้ง 3 ภาพตามขั้นตอนเสร็จแล้ว ผู้สัมภาษณ์อาจจะสรุปการสัมภาษณ์ให้ผู้ให้สัมภาษณ์ฟังทั้งหมดอีกครั้งหนึ่ง












































และขอให้ผู้สัมภาษณ์ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไข และ/หรือเพิ่มเติมคำสัมภาษณ์อีก หรืออาจจะนำผลการสัมภาษณ์ที่จดบันทึกไว้หรืออัดเทปไว้กลับไปเรียบเรียงใหม่












































แล้วส่งผลการสัมภาษณ์ที่เรียบเรียงแล้ว (Protocol) ไปให้ผู้ให้สัมภาษณ์อ่าน และตรวจแก้ไขเป็นการส่วนตัวก็ได้












































หลัง จากนั้นจึงนำผลการสัมภาษณ์มาทำการวิเคราะห์เพื่อจะหาฉันทามติระหว่างกลุ่มผู้ให้สัมภาษณ์












































แล้วนำแนวโน้มที่มี ฉันทามติมาเขียนเป็นอนาคตภาพ ซึ่งเป็นผลการวิจัย


สรุปขั้นตอนใหญ่












































ๆ ของการวิจัยแบบ EFR ได้ดังนี้คือ


























































































  1. กำหนดกลุ่มตัวอย่าง













































  2. สัมภาษณ์












































    ซึ่งมีลักษณะเฉพาะคือ













































    1. เป็นแบบเปิดและไม่ชี้นำ












































      (Non-directive, open-ended)













































    2. เป็นแบบกึ่งมีโครงสร้าง












































      (Semi-structured interview) คือ












































      มีการเตรียมหัวข้อหรือประเด็นการสัมภาษณ์ไว้ล่วงหน้า













































    3. ใช้เทคนิคการสรุปสะสม (Cumulative












































      Summarization)













































    4. สัมภาษณ์อนาคตภาพ 3 แบบ













































      • Optimistic-Realistic (O-R)













































      • Pessimistic-Realistic (P-R)













































      • Most-Probable (M-P)

































































































































































































































  3. วิเคราะห์/สังเคราะห์












































    หาฉันทามติ













































  4. เขียนอนาคตภาพ (Scenario Write-up)




















































































































































































เทคนิคการวิจัยแบบ EDFR












































เทคนิคการวิจัยแบบ EDFR (Ethnographic












































Delphi Futures Research) เป็นเทคนิคการวิจัยอนาคตที่ตอบสนองจุดมุ่งหมายและความเชื่อพื้นฐานของการวิจัยอนาคตมากที่สุดวิธีหนึ่งในปัจจุบัน












































เป็นเทคนิคการวิจัยที่รวมเอาจุดเด่นหรือข้อดีของเทคนิค EFR และ Delphi เข้าด้วยกันการรวมข้อดีทั้งสองเทคนิคช่วยแก้จุดอ่อนของแต่ละเทคนิคได้เป็นอย่างดี












































โดยหลักการแล้วเทคนิค EDFR เป็นการผสมผสานระหว่างเทคนิค EFR กับ Delphi เข้าดัวยกัน












































ขั้นตอนต่าง ๆ ของ EDFR ก็คล้าย ๆ กับ Delphi เพียงแต่ว่ามีการปรับปรุงวิธีให้มีความยืดหยุ่น












































และเหมาะสมมากขึ้น โดยในรอบแรกของการวิจัยจะใช้การสัมภาษณ์แบบ EFR ที่ปรับปรุงแล้ว












































หลักจากการสัมภาษณ์ ในรอบแรก ผู้วิจัยจะนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์และสังเคราะห์แล้วสร้างเป็นเครื่องมือ












































ซึ่งมักจะมีลักษณะเป็นแบบสอบถามแล้วส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญตอบตามรูปแบบของเดลฟาย












































เพื่อที่จะทำการกรองความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาฉันทามติ ซึ่งมักจะทำประมาณ












































2-3 รอบ หลังจากนั้นจะนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อหาแนวโน้มที่มีความเป็นไปได้มาก












































และมีความสอดคล้องทางความคิดเห็นระหว่างกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเพื่อสรุปเขียนเป็นอนาคตภาพ















































อาจสรุปขั้นตอนใหญ่ ๆ ของการวิจัยแบบ EDFR ได้ดังนี้












































คือ


























































































  1. กำหนดและเตรียมตัวกลุ่มผู้เชี่ยวชาญขั้นนี้นับว่าสำคัญและจำเป็นมาก












































    เราเชื่อว่าได้กลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่เชี่ยวชาญจริง












































    ๆ ทำให้ผลการวิจัยน่าเชื่อถือมากขึ้นเท่านั้น












































    ส่วนการเตรียมตัวกลุ่มผู้เชี่ยวชาญก็ยิ่งมีความจำเป็น












































    เพราะผู้เชี่ยวชาญอาจมองไม่เห็นความสำคัญของการวิจัยลักษณะนี้












































    หรืออาจไม่มีเวลาให้ผู้วิจัยได้เต็มที่












































    ผู้วิจัยจึงจำเป็นต้องติดต่อกับผู้เชี่ยวชาญเป็นการส่วนตัว



















เอกสารอ้างอิง(reference)
  1. จุมพล พูลภัทรชีวิน
Powered by Dataface
(c) 2005-2007 All rights reserved